|
ทุนการดำเนินงานของสหกรณ์ ในช่วงแรกของสหกรณ์มีอย่างจำกัด
โดยเงินที่นำมาให้สมาชิกกู้จึงมี
เพียงเงินค่าหุ้นของสมาชิก
เพราะสหกรณ์ยังไม่มีการกำหนดระเบียบเกี่ยวกับการรับเงินฝากจากสมาชิก
ดังนั้นการกู้เงินของสมาชิกแต่ละท่านต้องใช้วิธีการรอคิว เพื่อสหกรณ์จะได้สะสมการเก็บเงินค่าหุ้นและค่าเก็บ
หนี้จากสมาชิกมาจ่ายเป็นเงินกู้ ระยะต่อมากู้เงินจากสมาชิกเพื่อมาปล่อยให้สมาชิกกู้
จนกระทั่งในปี 2534 สหกรณ์ ได้กำหนดระเบียบการรับฝากเงินจากสมาชิก
ประเภทออมทรัพย์พิเศษ
จึงได้มีการระดมเงินฝาก ส่วนเงินที่กู้กับ สมาชิกก็แปลงมาเป็นเงินรับฝากออมทรัพย์พิเศษ
จนมีเงินมากพอให้แก่สมาชิกกู้
สำนักงานเปลี่ยนไปตามเวลาแห่งการเติบโต
เมื่อการดำเนินงานของสหกรณ์เติบโตตามอายุขัย จำนวน สมาชิกของสหกรณ์ฯ
ได้เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ทำให้พื้นที่ของสำนักงานคับแคบ ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ
สมาชิก ที่ตั้งสำนักงานสหกรณ์ จึงมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ทั้งนี้เพื่อรองรับการดำเนินงานที่ขยายตัวเพิ่ม
มากขึ้น ที่ตั้งสำนักงานสหกรณ์ ในช่วงที่ผ่านมา ผ่านบ้านมาแล้ว 5 หลัง
ดังนี้
บ้านหลังที่
1 กองนิติการ ปี 2521 - 2530 สำนักงานสหกรณ์ตั้งอยู่กับกองนิติการ
ชั้น 1 ในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันคือ ฝ่ายการใช้ประโยชน์ที่ดิน กองการอนุญาต
อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้
บ้านหลังที่
2 มุขหลังห้องประชุม 1 ปี 2530 - 2532 สำนักงานสหกรณ์อยู่บริเวณมุขหลังห้องประชุม
1 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ ซึ่งปัจจุบันคือพื้นที่ทำการส่วนหนึ่งของสำนักสารนิเทศ
กรมป่าไม้
บ้านหลังที่
3 กองบำรุง ปี 2532 - 2538 สำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้
จำกัด อยู่ห้องทางด้านมุม ขวา ของกองบำรุง ซึ่งก็คืออาคาร กฤตสัมมาพุทธิ
สำนักวิชาการป่าไม้ปัจจุบัน
บ้านหลังที่
4 ตึก สทก.ชั้น 4 ปี 2538 - 2542 สำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้
จำกัด ได้ย้าย ไปอยู่ทางด้านปีกขวา ชั้น 4 อาคาร สทก.
บ้านปัจจุบันหลังที่
5 ชั้นล่างศูนย์ปฏิบัติการกรมป่าไม้ การเปรับเปลี่ยนย้ายสำนักงานเป็นไปตามความ
จำเป็น อันเนื่องมาจากการเติบโตของสหกรณ์ ในการดำเนิน ธุรกรรมในด้านต่าง
ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น สหกรณ์จึง ได้พยายาม จัดหาสำนักงานที่มีลักษณะถาวรมากขึ้น
จนเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2542 อธิบดีกรมป่าไม้
(นายปลอดประสพ สุรัสวดี) ได้อนุมัติให้ใช้สถานที่ชั้นล่างของอาคาร
ศูนย์ปฏิบัติการ กรมป่าไม้เป็นสำนักงาน ของสหกรณ์ออมทรัพย์ กรมป่าไม้
จำกัด ซึ่งสหกรณ์ได้ใช้เป็นสำนักงาน ของสหกรณ์จนถึงปัจจุบันนี้
ชุดแล้วชุดเล่าของคณะกรรมการที่ผันเปลี่ยนเวียนไปตามวาระ
พร้อมกับการพัฒนาที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทั้งระบบ การจัดการ อุปกรณ์และเทคโนโลยี่
จึง ณ จุดเริ่มก่อตั้งสหกรณ์เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2521 เป็นต้นมา
สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ได้ดำเนินกิจการมาด้วยความเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
มีความ มั่นคงเป็นปึกแผ่น ถึงกับมีการกล่าวกันว่า แม้แต่ธนาคารยังต้องหวั่นไหวต่อการพัฒนา
วาระแห่งการเปลี่ยนแปลง สู่..อนาคต
การพัฒนางานสหกรณ์ ที่เป็นวาระแห่งการเปลี่ยนแปลง และเป็น รากฐานแห่งการก้าวย่างสู่..อนาคต
ที่สำคัญ ๆ พอสรุปได้ ดังนี้
ปี
2534 เปิดให้บริการเงินฝากออมทรัพย์พิเศษเป็นครั้งแรก ทำให้สหกรณ์ได้มีการระดมเงินทุนในการ
ดำเนินงานซึ่งทำให้การให้เงินกู้แก่สมาชิกเริ่มขยายตัวมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงทุนเรือนหุ้นและการกู้ยืมเงิน
จากสมาชิกเท่านั้นที่เป็นทุนดำเนินงาน
ปี
2537 เริ่มนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นครั้งแรก โดยเริ่มต้นเพียงเครื่องเดียว
และขยายเพิ่มเป็น 6 เครื่องในปีต่อมา
ปี
2538 สมาชิกให้ความสนใจกับกับระดมหุ้นและการฝากเงินออมทรัพย์พิเศษกับสหกรณ์มากขึ้น
นอก
จากนี้ สหกรณ์ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสหกรณ์ใกล้เคียงมากขึ้น รวมทั้งการเริ่มต้นบทบาทในขบวนการสหกรณ์
โดย นายสิทธิชัย อึ๊งภากรณ์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย
และได้ รับเลือกเป็นประธานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยในเวลาต่อมา
นับเป็นกรรมการดำเนินสหกรณ์ คนแรกที่เข้าไปมีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนขบวนการสหกรณ์ในระดับชาติ
ปี
2542 สหกรณ์จัดให้มีการเลือกตั้ง"ผู้แทนสมาชิก"
ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2542 และ
ประชุมใหญ่โดยผู้แทนสมาชิกตามข้อบังคับฉบับใหม่เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่
6 - 7 มีนาคม 2542 ซึ่งทำให้การ
ประชุมใหญ่ของสหกรณ์เป็นการประชุมที่สมาชิกได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาและเสนอแนะการดำเนินกิจการ
ของอย่างจริงจัง และในวันที่ 24 พฤษภาคม 2542 เริ่มให้บริการ "
เงินกู้สามัญ 1 วันได้ " เป็นครั้งแรก รวม
ทั้งสหกรณ์ยังได้เริ่มให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาเจ้าหน้าที่อย่างจริงจัง
โดยจัดสัมมนาเจ้าหน้าที่สหกรณ์เรื่อง
" สู่ความเปลี่ยนแปลงแห่งความท้าทาย
" นอกจากจากนี้ยังได้เริ่มโครงการ " สหกรณ์สัญจร
" เป็นครั้งแรกที่
สำนัก งานป่าไม้เขตเพชรบุรี และในภาคใต้อีก 7 จังหวัดโดยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ได้พบปะแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิกที่อยู่ห่างไกลเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสหกรณ์
นอกจากนี้
ผู้แทนสมาชิกได้มีการริเริ่มจัดกิจกรรมกลุ่มสมาชิกขึ้นเป็นครั้งแรก
โดยผู้แทนสมาชิกกลุ่มสำนักวิชาการป่าไม้
เรื่อง " สหกรณ์ให้อะไรแก่สมาชิก " และการจัดกิจกรรมโดยกลุ่มสำนักงานป่าไม้เขตสงขลา
และกลุ่มสำนัก
งานป่าไม้เขตสุราษฎร์ธานี นอกจากนั้นทางด้านฐานะการเงินนับเป็นปีแรกที่สหกรณ์มี
สินทรัพย์รวม 1 พันล้าน บาท เมื่อวันที่
30 เมษายน 2542 นับเป็นปีที่ 21 แห่งการจัดตั้งสหกรณ์
ปี
2543 หลังจากที่สหกรณ์ได้เปิดสำนักงานใหม่เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์
2543 สหกรณ์ได้มีการปรับ
ปรุงระบบงานและระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยมีความทันสมัยและสามารถรองรับการบริการจากสมาชิก
ได้หลากหลายมากขึ้น ในวันที่ 1 มิถุนายน 2543 สหกรณ์เริ่มเปิดให้บริการเงินกู้พิเศษเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นครั้ง
แรกภายใต้บริการเงินกู้ "
สินเชื่อวนาเคหะ " นับเป็นจุดเริ่มต้นของการให้สินเชื่อที่มุ่ง
เน้นส่งเสริมฐานะและ
ความมั่นคงให้แก่สมาชิก นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบเกี่ยวกับสวัสดิการสมาชิกอย่าง
จริงจัง ทำให้สามารถเพิ่มเติมสวัสดิการให้แก่สมาชิกในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น
ปี
2544 สหกรณ์เริ่มเปิดให้บริการ "
สหกรณ์ทางโทรศัพท์อัตโนมัติ "
( CO-OP PHONE )
ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2544 โดยสามารถอำนวยความสะดวกให้สมาชิกสามารถสอบถามยอด
เงินฝาก หุ้น หนี้ สิทธิการกู้ สิทธิการค้ำประกัน ยอดเงินปันผล และการกู้ฉุกเฉินทางโทรศัพท์โดยให้บริการ
ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกในการสอบถามข้อมูลกับสหกรณ์
มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกต่างจังหวัด นอกจากนี้สหกรณ์ยังได้เริ่มเปิดให้บริการเงินฝากออมทรัพย์
ภายใต้ชื่อ "ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์"
ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2544 ทำให้สหกรณ์ระดมเงินออม
จากสมาชิกได้มากขึ้นจากเดิมที่สมาชิก เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับสหกรณ์พียง
481 บัญชี เมื่อต้นปีเป็นกว่า
2,400 บัญชีในปัจจุบัน พร้อมกับเริ่มให้บริการ "การฝาก
- ถอน ด้วยเงินสด" และสหกรณ์ได้เริ่มให้บริการ ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
เพื่อบริการข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ยิ่งขึ้นภายใต้เว็ปไซด์ www.025798899.com
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2544 รวมทั้งยังนับเป็นปีแรก ที่สหกรณ์เริ่มโครงการ
" ค่ายเยาวชนสหกรณ์
" เพื่อปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ที่เป็นบุตรสมาชิกให้มีอุดมการณ์สหกรณ์
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมสมกับคำขวัญที่ว่า "เยาวชนสหกรณ์
เอื้ออาทรต่อชีวิตและธรรมชาติ"
ปี
2545
นับเป็นปีแห่งการเริ่มต้น "ทศวรรษแห่งการอดออม"
อย่างแท้จริง โดยสหกรณ์ได้ดำเนิน โครงการ "เรียงร้อยใจ
หนึ่งร้อยบาท" โดยมุ่งหวังให้
สมาชิกสหกรณ์ทุกคนมีบัญชีเงินฝากกับสหกรณ์อย่างน้อย
คนละ 1 บัญชี และเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการดำเนินการมีมติกำหนดให้ให้ผู้สมาชิกสมาชิกใหม่ทุกคน
จะต้องเปิดบัญชีเงินฝาก "ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์" ไว้กับสหกรณ์
ในขณะเดียวกันทางด้านฐานะการเงิน ของสหกรณ์
นับเป็นปีแรกที่สหกรณ์ได้เปลี่ยนไปสู่จากสหกรณ์เงินขาดมาเป็นสหกรณ์ที่มีเงินล้นระบบ
จึงนับเป็น ครั้งแรกที่สหกรณ์เริ่มลงทุนภายนอก โดยการซื้อ "พันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติ"
ระยะเวลา 10 ปี ของธนาคาร แห่งประเทศไทย จำนวน 130 ล้านบาท นอกจากนั้นยังเป็นปีที่สหกรณ์มี
สินทรัพย์รวมครบ 2 พันล้านบาท เมื่อวันที่
31 กรกฎาคม 2545 เป็นปีที่ 24 แห่งการจัดตั้งสหกรณ์ ซึ่งมีระยะเวลาห่างจากสินทรัพย์รวมใน
1พันล้านบาทแรก เพียง 3 ปี
ปี
2547 สหกรณ์ได้ส่งเสริมการออมทรัพย์จากสมาชิกอย่างต่อเนื่อง
โดยได้เปิดให้บริการรับฝากเงิน อีก 2 ประเภท
คือ บัญชีเงินฝาก "ออมทรัพย์เกษียณเปี่ยมสุข"
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2547 เพื่อรับฝากเงิน บำเหน็จ บำนาญ กบข. กสจ.
บำเหน็จดำรงชีพ สำหรับสมาชิกที่เกษียณอายุราชการ หรือเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด
ตามโครงการ "ทางเลือกใหม่ให้ชีวิต" ของรัฐบาล นอกจากนั้นสหกรณ์ยังเปิดบริการรับเงินฝากจากสมาชิก
เพื่อให้สมาชิกมีเงินฝากหลายบัญชีได้ คือ บัญชีเงินฝาก "ออมทรัพย์อเนกประสงค์"
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547
รวมทั้งสหกรณ์ยังส่งเสริมการออมทรัพย์ของครอบครัวสมาชิก และบุคคลากรของหน่วยงาน
ด้วยการเปิด รับสมัคร "สมาชิกสมทบ"
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2547 โดยรับสมัคร บุตร คู่สมรส บิดามารดา
ของสมาชิก และลูกจ้างชั่วคราว หรือพนักงานราชการของส่วนราชการ โดยสามารถฝากเงินและออมทุนเรือนหุ้นได้ผล
ตอบแทนเช่นเดียวกับสมาชิก รวมทั้งสหกรณ์ยังเปิดให้บริการ "สหกรณ์ทางธนาคาร"
CO-OP@ Bank เพื่อให้สมาชิกได้รับความสะดวกในการฝากเงินกับสหกรณ์
โดยเพียงไปที่เคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ
เขียนแบบฟอร์มตามที่สหกรณ์กำหนดก็สามารถฝากเงินมายังบัญชี สหกรณ์ได้ทันที
ทั้งหมดเพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิกให้ได้รับความสะดวกมากขึ้นในหลากรูปแบบ
ในการปิดบัญชี ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2547 เป็นเดือนแรกที่สหกรณ์มี
เงินฝากครบ
1 พันล้านบาท โดย มีเงินฝากรวมทั้งสิ้น 1,000,528,226.60
บาท จำนวน 14,030 บัญชี นับเป็นปีที่สหกรณ์ย่างสู่ปีที่ 26
นอกจากนี้ในปี 2547 ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการเริ่มศักราช "เงินกู้ตามวัตถุประสงค์"
ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้สมาชิก นำเงินกู้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มฐานะและความมั่นคงของสมาชิก
รวมทั้งการเพิ่มรายได้ของสมาชิกอีก ทางหนึ่ง สหกรณ์จึงเปิดให้บริการเงินกู้เพิ่มอีก
2 ประเภท คือ "เงินกู้สามัญเพื่อการศึกษา"
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2547 เพื่อส่งเสริมการศึกษาของครอบครัวสมาชิก
และ "เงินกู้สามัญเพื่อการประกอบอาชีพเสริม"
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2547 เพื่อส่งเสริมการหารายได้เพิ่มของสมาชิก
สำหรับการพัฒนาด้านการบริหารจัดการปี 2547 คณะกรรมการดำเนินการได้อนุมัติให้สหกรณ์ลงนามข้อตกลงใน
"โครงการสหกรณ์ ATM" ร่วมกับธนาคาร
ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2547 นับเป็นก้าวแรกในการเริ่มดำเนินโครงการดังกล่าว
อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้สหกรณ์ยังจัดทำ "แผนกลยุทธ์สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้
จำกัด ปี 2548 - 2551" โดยคณะกรรมการดำเนินการเห็นชอบเมื่อวันที่
5 พฤศจิกายน 2547 นับเป็นจังหวะก้าวที่สำคัญในการกำหนด อนาคตสหกรณ์ในระยะเวลา
4 ปีข้างหน้า ในปี 2547 สหกรณ์ยังได้มีการปรับปรุง เวบไซด์สหกรณ์
ใหม่ เพื่อ เตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่ e -
CO-OP โดยมีการปรับปรุงข่าวสารให้ทันสมัยเป็นปัจจุบันในทุก
ๆ เดือน ในด้านการส่งเสริมสังคมและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นับเป็นปีแรกที่สหกรณ์ จัดให้มีกิจกรรม ค่ายเยาวชนสหกรณ์
ถึง 3 ค่าย 3 ภูมิภาค 3 สัปดาห์ ติดต่อในในช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคม
2547
จากวันนั้นถึงวันนี้...
เส้นทางแห่งความสำเร็จของสหกรณ์ในอนาคต มิได้เพียงลำพังผู้ใดผู้หนึ่ง
หรือ คณะผู้บริหารเพียงไม่กี่คน แต่ย่อมขึ้นกับผู้แทนสมาชิก คณะกรรมการดำเนินการ
เจ้าหน้าที่
และมวลสมาชิก ทุกท่าน
ล้วนแล้วแต่คือผู้กำหนด อนาคตของสหกรณ์ร่วมกัน
สนดินสอ
|