|
| |
ปรับโครงสร้างกรมป่าไม้ใหม่
กระทบต่อสหกรณ์อย่างไร |
|
| |
ถาม เรียน
ผู้จัดการสหกรณ์
ดิฉันเป็นสมาชิกสังกัดสำนักวิชาการป่าไม้
มีความสงสัยว่า การปรับปรุงโครงสร้าง ของกรมป่าไม้ หน่วยงานที่จะต้องย้ายไป
สังกัดกระทรวงใหม่ จะมีผลกระทบต่อสหกรณ์ ของเราหรือไม่อย่างไร ช่วยแถลงให้หายสงสัยด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สมาชิก
สอ.ปม
ตอบ ปัญหาข้อนี้
ผมคิดว่าคงมีสมาชิกอีกหลายท่าน ไม่เพียงแต่เฉพาะสังกัดสำนักวิชาการ
สงสัยและ ค้างคาใจอยู่ จึงเห็นว่าควรนำมาตอบในวารสาร เพื่อให้ทุกท่านได้รับทราบ
และช่วยคิดไปพร้อม ๆ กัน คำถามสั้น
ๆ แต่ตอบยากครับ คำถามมีว่าการปรับปรุงโครงสร้างของกรมป่าไม้
จะมีผลกระทบต่อสหกรณ์ หรือไม่ ขอตอบตรง ๆ ว่า มีครับ แต่ถ้าถามต่อไปว่าผลกระทบนั้น
เป็นผลกระทบที่เราสามารถแก้ไขได้หรือไม่นั้น ก็คงขอตอบรวม ๆ ว่า ถ้าสมาชิกร่วมมือร่วมใจกันเชื่อว่า
แก้ไขได้ คงไม่ทำให้สหกรณ์เราสับสนวุ่นวาย หรือต้องล่มสลายแต่อย่างใดครับ
แต่ถ้าพิจารณาต่อไปว่าเมื่อแก้ไขแล้ว สหกรณ์ของเรา จะแย่ลงไปบ้าง
หรือ ยิ่งดีขึ้นกว่าเดิม ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ก็คงขึ้นอยู่กับอยู่กับความสามารถ
ของคณะกรรมการบริหาร และความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกทุกคนเช่นกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นอนาคตที่อยู่ใกล้เข้ามาทุกขณะ
ถ้าสมาชิกทุกท่านร่วมด้วยช่วยคิด แม้ว่าบางท่านอาจไม่ได้เป็นทั้งผู้แทนสมาชิก
และกรรมการแต่มีแนวคิดดี ๆ ซึ่งผมเชื่อว่ามีอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ขอให้ท่านโปรดช่วยแสดงตนแสดงความคิดต่อเรื่องนี้
เพื่อชาวสหกรณ์ทั้งหมด จะได้ช่วยกันพิจารณา เลือกแนวทางที่ดีที่สุดไปปฏิบัติ
ผมเชื่อว่าจะทำให้สหกรณ์ของเราดียิ่งขึ้นกว่าปัจจุบันครับ
แต่เพื่อเป็นการนำร่องแนวความคิด
ซึ่งคงจะมีอีกหลากหลายประเด็นทั้งจากสมาชิก ผู้แทนสมาชิก หรือกรรมการอีกหลายท่าน
ในเบื้องต้นนี้ผมขอแสดงทัศนะส่วนตัว หากท่านพิจารณาแล้วจะช่วยคิด ช่วยโต้แย้ง
ช่วยตัดกิ่ง แต่งช่อ หรือเพิ่มดอกให้สมบูรณ์ขึ้น วารสารสหกรณ์มี "เวทีสมาชิก"
ให้ทุกท่านแสดงทัศนะได้ต่อไป สำหรับประเด็นที่ท่านสมาชิกถามว่าจะกระทบอย่างไรนั้น
ผมขอตอบเป็นข้อ ๆ ตามระดับของผลกระทบและความเห็นแนวทาง ในการแก้ไขปัญหา
ดังนี้ ครับ
ระดับที่
1 ทุกคนยังเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้(สอ.ปม.)เหมือนเดิม
กล่าวคือ ไม่ต้องมีใครย้ายโอนไปตามหน่วยงานใหม่ เพราะข้อบังคับของสหกรณ์ปัจจุบันนั้น
(ข้อ 33. (4) ข้อ ค.) กำหนดให้ท่านเป็นสมาชิกต่อไปได้ ไม่ว่าจะโอนย้ายไปอยู่หน่วยงานไหนโดยไม่มีความผิด
(แต่ท่านต้องเป็นสมาชิก มาก่อนนะครับ หากถ้าท่านได้รับคำสั่งให้โอนย้ายไปแล้ว
ยังไม่เคยเป็นสมาชิกสหกรณ์ มาเลย จะมาสมัครเป็นสมาชิกใหม่ ต้องแก้ไขข้อบังคับปัจจุบันในการประชุมใหญ่ปีนี้
ให้เปิดกว้าง ขึ้นครับ) แต่การจะดำเนินการตามข้อนี้ได้ จะต้องแก้ปัญหาสำคัญซึ่งเป็นหัวใจของสหกรณ์ให้ได้คือ
ระบบการหักเงิน ณ ที่จ่าย ถ้าหน่วยงานใหม่ของท่านหักเงิน ณ ที่จ่ายส่งให้
สอ.ปม.ได้เหมือนเดิม จะเห็นว่าปัญหาทั้งหมดก็จะจบ ลงทันที ในเชิงหลักการการหักเงิน
ณ ที่จ่ายข้ามหน่วยงานนั้นสามารถปฏิบัติได้ มีสหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่ง
ที่มีข้อตกลงหักเงิน ณ ที่จ่ายข้ามหน่วยงานกัน เช่นสหกรณ์ครู หักเงินข้ามกรม
ข้ามกระทรวงกันก็ยังมี อย่าว่าแต่หักเงินให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์เลยครับ
หน่วยงานราชการเดี๋ยวนี้ยังหักเงินให้ หน่วยงานอื่น เช่น ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฯลฯ จนแทบจะมีให้หักกันแล้ว แล้วจะไม่สนับสนุน
ระบบสหกรณ์ด้วยกันหรือ จึงเชื่อหน่วยงานราชการด้วยกัน คงต้องสนับสนุนระบบสหกรณ์ทั้งจากบุคลากรเอง
และตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 รวมถึงรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย มาตรา 85 ที่บอกว่า "รัฐต้องส่งเสริม
สนับสนุน และคุ้มครองระบบสหกรณ์" แม้ว่าในเชิงหลักการไม่มีปัญหาแต่ในทางปฏิบัติอาจมีปัญหาได้
เช่น เพิ่มงานเพิ่มความยุ่งยากในการปฏิบัติ หน้าที่ปกติ ให้แก่เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่หักเงินอันจะนำมาซึ่งข้อปฏิเสธ
ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าเห็นใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ปฏิบัติ ดังนั้น สหกรณ์จึงควรแก้ปัญหาเรื่องนี้ทั้ง
3 ระดับ กล่าวคือ ผลักดันและเตรียมความพร้อมในการให้มีการ ประสานงาน
กันของผู้บังคับบัญชาระดับสูง การกำหนดมาตราการจูงใจให้กับหน่วยงาน
และเจ้าหน้าที่ ที่ช่วยหักเก็บเงิน รวมทั้งการเตรียมความพร้อมกระบวนการ
และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติได้ง่าย ไม่เพิ่มงาน เช่น
การลงทุนพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้สามารถทำรายการหักเงินให้สอดคล้อง
กับระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานใหม่ได้ เป็นต้น ในเรื่องของผู้ค้ำประกันสหกรณ์อาจดำเนินโครงการ
"จับคู่ผู้ค้ำใหม่" เพื่อให้ผู้ค้ำประกันจับกลุ่มอยู่ใกล้ชิดในหน่วยงานเดียวกัน
และถือโอกาสรณรงค์ ให้ผู้ค้ำคู่ควร กันคือเงินเดือนใกล้เคียงกัน เพื่อให้สามารถค้ำซึ่งกันและกันได้
สำหรับชื่อสหกรณ์หากเราชาวสมาชิกร่วมใจให้เป็น "ชื่อเดิม"
ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นอยู่ที่สมาชิก
ระดับที่
2 การลาออกหรือโอนย้ายสมาชิกระหว่างสหกรณ์ อาจมีความเป็นไปได้ที่สมาชิกบางส่วน
ลาออกไปอยู่สหกรณ์หน่วยงานใหม่ และสหกรณ์เราอาจมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น
กล่าวคือ หากสมาชิกบางท่านเห็นว่า หน่วยงานใหม่ก็มีสหกรณ์และดีกว่า
ต้องการลาออกไปสมัครใหม่ก็ได้ เพราะหลักการสำคัญข้อแรก ของสหกรณ์คือ
การเป็นสมาชิกโดยสมัครใจและเปิดกว้าง หรือจะโอนย้ายสมาชิกระหว่างสหกรณ์
ก็ได้เพราะมีข้อบังคับ(ข้อ 40) และระเบียบสหกรณ์รองรับอยู่แล้ว การโอนย้ายก็สามารถโอนทั้งหนี้และหุ้น
และอายุสมาชิกระหว่างกันได้ และสมาชิกที่มีทั้งหุ้นหนี้และเงินฝากไม่ต้องห่วงใด
ๆ ว่าจะต้องไปวิ่งหาเงินมาคืน สหกรณ์ เดี๋ยวนี้ทุกสหกรณ์มีสภาพคล่องเงินล้นระบบกันทั้งนั้น
สหกรณ์ทั้งผู้โอนและรับโอน เขาจะเคลียร์บัญชี จ่ายเงินกันเองตามขั้นตอนการปฏิบัติ
ที่มีระเบียบกำหนดไว้แล้ว นอกจากมีสมาชิกลาออกไปบ้างแล้ว ในขณะเดียวกันสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้
อาจได้สมาชิกใหม่เพิ่มจากสมาชิกที่มาโอนย้ายจากหน่วยงานอื่น ในช่วงที่มีการย้ายเข้าย้ายออกนี้
ก็นับเป็นช่วงสำคัญที่ต้องมีการปรับตัว และขึ้นอยู่กับว่า เราจะตัดสินใจตั้งรับ
หรือกำหนดยุทธศาสตร์ การบริหารงานในเชิงรุก(Aggressive) หากรุกเราควรจัดทำตารางเปรียบเทียบ
สิทธิประโยชน์ระหว่างสหกรณ์ ให้สมาชิกได้พิจารณาเลือกโดยชัดเจนโปร่งใสและเปิดเผย
หากข้อใดที่สหกรณ์ ของเรายังด้อยกว่า และอยู่ในวิสัยที่ปรับแก้ไขระเบียบได้
กรรมการควรดำเนินการทันที เพื่อให้บริการและ สวัสดิการเหนือกว่าในเกือบทุกด้าน
รวมทั้งควรเตรียมแก้ไขข้อบังคับบางข้อ ให้สามารถรับสมาชิกในสังกัด
กระทรวง หรือสำนักงานที่ปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกันได้ และดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิงรุกต่อเนื่อง
เผลอ ๆ อาจกลายเป็นว่าสหกรณ์ของเราไม่มีคนออก แต่กลับมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากก็อาจเป็นไปได้
เมื่อสมาชิก เพิ่มขึ้นแต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารคงเดิมหรือเพิ่มเพียงเล็กน้อย
ก็เท่ากับว่าสมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์โดย เฉลี่ยเพิ่มขึ้น สหกรณ์ขนาดใหญ่บางแห่ง
เช่น กฟฝ. มีสมาชิกกว่า 3 หมื่นคน สินทรัพย์รวมกว่า 1.4 หมื่นล้าน
บาทสามารถจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก ได้มากกว่าเราหลายเท่าครับ ดังนั้น
ถ้าบริหารและมองปัญหาให้ดี ๆ ก็อาจเป็นโอกาสให้เราขยายตัวได้
ระดับที่
3 การแยกหรือควบสหกรณ์ ทั้งการแยกและการควบสามารถทำได้ตาม
ข้อบังคับสหกรณ์(ข้อ 83)ซึ่งมีอยู่แล้ว โดยต้องใช้มติของที่ประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า
2 ใน 3 ของที่ประชุม การแยกสหกรณ์ อาจมีความเป็นไปได้ในกรณีที่สมาชิกโอนย้ายไปอยู่หน่วยงานใหม่
จำนวนมากและยังไม่มีสหกรณ์ จึงขอแยก สหกรณ์เพื่อไปขอจัดตั้งใหม่ แม้มีความเป็นไปได้แต่ก็เป็นไปได้น้อย
เพราะแต่ละหน่วยงานก็มักจะมีสหกรณ์ ออมทรัพย์ของตนอยู่แล้วทุกหน่วยงาน
การโอนย้ายสมาชิกระหว่างสหกรณ์ทำได้ง่ายจึงมีความเป็นไปได้มากกว่า
สำหรับ การควบสหกรณ์ มีความเป็นไปได้ในกรณีหน่วยงานใหม่ ที่สหกรณ์เราจะไปอยู่ก็มีสหกรณ์อยู่แล้ว
และถูกตัดแบ่งไปบางส่วน กลายเป็นว่ามี 2 สหกรณ์ในหน่วยงานเดียวกัน
ในกรณีอาจมีการควบรวมกันระหว่าง 2 สหกรณ์ หัวใจสำคัญของการดำเนินควบรวมคือ
ในการเจรจาควรนำสิทธิประโยชน์ของสมาชิกทั้ง 2 สหกรณ์ เป็นตัวตั้ง จะต้องตอบคำถามของสมาชิกทั้ง
2 แห่งให้ได้ว่า เมื่อรวมกันแล้วสมาชิกจะได้รับประโยชน์ เพิ่มขึ้นอย่างไรบ้างทั้งระยะสั้น
ระยะปานกลาง และระยะยาว และห้ามเจรจาโดยเอาความ เป็นตำแหน่งกรรมการ
จะอยู่หรือไปเป็นตัวตั้งเพราะจะไม่สำเร็จ ถึงสำเร็จก็ไม่มีประโยชน์อะไรและไม่ควรทำ
เพราะงานสหกรณ์เป็นงานอาสา ที่จะต้องคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก
ผมว่าการควบสหกรณ์นั้น ยังมีความเป็นไปมากกว่า การแยกสหกรณ์ครับ ถ้าควบรวมดี
ๆ เอาผลประโยชน์สมาชิกมากางดูทีละข้อ สหกรณ์เราอาจก้าวไปสู่อีกคุณภาพหนึ่งที่เหนือกว่าเดิมก็เป็นไปได้
ทั้งหมด
คือแนวคิดเบื้องต้นครับ ผมคิดว่าระดับการเปลี่ยนแปลงที่ยุ่งยากน้อยที่สุดคือระดับที่
1 คือทุกคนยังคงเป็นสมาชิกอยู่เหมือนเดิม เปลี่ยนแปลงแต่เพียงการเพิ่มเติมระบบการหักเงิน
ณ ที่จ่ายให้ได้ อย่างไรก็ตามครับเราก็ควรเตรียมรับมือสถานการณ์อื่น
ๆ เช่น ระดับที่ 2 ระดับที่ 3 เอาไว้ด้วยครับเพื่อความไม่ประมาท ถ้ามีการจัดระดมสมองโดยกำหนดสถานการณ์จำลองต่าง
ๆ ไว้บ้างก็น่าจะดีหรือไม่ครับ เรื่องนี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของสมาชิก
และแนวคิดของผู้บริหารหลายๆ ฝ่ายด้วยกันจึงจะสำเร็จครับ
อย่างไรก็ตามขอให้คิดว่า
"ความเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์" เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นย่อม
เป็นธรรมดาที่จะต้องมีทั้งปัญหาและอุปสรรครออยู่ข้างหน้า ให้เราฟันฝาไป
ความวิตกกังวลนั้นไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าเราร่วมคิดร่วมทำกันอย่างมีสติ
หรือยึดหลักศาสนา ค้นหาว่าอะไรคือทุกข์หรือปัญหา อะไรคือสาเหตุ อะไรคือการขจัดปัญหา
และอะไรคือหนทางแห่งการยุติปัญหา อย่างแยกแยะและแก้ไขตามช่วงเวลาที่เหมาะสม
วิกฤติก็อาจกลายเป็นโอกาสได้ อย่างที่ใคร ๆ ก็พูดกัน การปรับปรุงโครงสร้างหน่วยราชการครั้งนี้
ผลกระทบต่อสหกรณ์นั้นผลคิดว่ายังเล็กเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานราชการทั้งระบบ
ซึ่งยังน่าห่วงกว่า และคงมิใช่ลำพังกรมป่าไม้เท่านั้นที่มีผลกระทบ
หน่วยงานราชการอีกมากมายล้วนแล้วแต่มีสหกรณ์ ออมทรัพย์แทบทั้งสิ้น
ในเรื่องนี้ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย และกรมส่งเสริมสหกรณ์
น่าจะมีการขยับตัว ระดมพลคนสหกรณ์ กำหนดแนวรับความเปลี่ยนแปลงร่วมกัน
บางทีการปฏิรูประบบราชการ อาจทำให้เกิดการปฏิรูประบบสหกรณ์อมทรัพย์ไปด้วย
ผมอยากฝันเห็นว่าในอนาคต ระบบสหกรณ์จะออนไลน์ เชื่อมโยงถึงกันหมด เหมือนกับสหกรณ์ในออมทรัพย์ในต่างประเทศ
และอาจเชื่อมโยงกับระบบธนาคาร ใครอยู่จังหวัดไหนจะกู้จะฝากเงินก็ไปที่สหกรณ์ของจังหวัดหรืออำเภอนั้นๆ
ได้เลยไม่ต้องเสียค่าโอนเงินไปมา ไม่ว่าท่านจะอยู่กระทรวงหรือหน่วยงานไหน
ปัจจุบันเรายังมีความซ้ำซ้อนของการลงทุนแต่ละสหกรณ์อยู่มาก ถ้าลดต้นทุนความซ้ำซ้อนเหล่านี้ไปได้ชาวสหกรณ์ก็น่าจะได้รับประโยชน์มากขึ้น
หากระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ไทย สามารถปฏิรูปตัวเองครั้งใหญ่ได้ ก็คงจะช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจไทย
และการพึ่งพาตนเอง ของคนไทยได้ไม่น้อย
ผมคิดว่าที่ตอบมาทั้งหมดคงจะพอให้ท่านสมาชิกสำนักวิชาการ
คลายความสงสัยลงไปได้บ้างนะครับ หรือหากยิ่งสงสัยหรือปวดหัวมากขึ้นไปอีก
ก็ขอให้โปรดแจ้งมาด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามผมเชื่อโดยส่วนตัวว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจะทำให้ระบบสหกรณ์โดยรวม
ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะทุกฝ่ายต้องปรับตัว เพื่อประโยชน์ของสมาชิก
และหากเมื่อถึงเวลาและความจำเป็นที่ท่าน จะต้องโอนย้ายไปสังกัดหน่วยงานใหม่
แล้วก็ตาม ด้วยความผูกพันมาเนิ่นนาน บางท่านก็ร่วมทศวรรษก็มี ผมอยากขอให้ทุกท่านยังคงอยู่ร่วมกัน
เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ต่อไป ไม่มีผู้ใดโอนย้ายความเป็นสมาชิกไปสังกัดในหน่วยงานใหม่
แต่อย่างใด เป็นความหวังครับผม
วิชิต สนธิวณิช
|
|
| |
|
|
|
 |
อัตราดอกเบี้ย(%ต่อปี)
|
อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ตั้งแต่
1 ก.พ. 2551
|
ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์
3.75 |
ออมทรัพย์พิเศษ 4.00 |
| อเนกประสงค์ 3.75 |
| อออมทรัพย์พอเพียง
4.00 |
| เกษียณเปี่ยมสุข
4.25 |
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2551 |
ดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉิน |
เงินกู้ฉุกเฉิน
6.80 |
ดอกเบี้ยเงินกู้สามัญ |
| สามัญทั่วไป
6.80 |
| สามัญสงเคราะห์ภัย
1.00 |
| สามัญประหยัดพลังงาน5.90 |
| สามัญคุ้มครองชีวิต
5.90 |
| สามัญเพื่อการศึกษา 3.95 |
| สามัญเพื่ออาชีพเสริม 5.70 |
สามัญคอมพิวเตอร์
5.55 |
ดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ |
สินเชื่อวนาเคหะ
4.50
(คงที่
2 ไม่มีเงินเฉลี่ยคืน) |
สินเชื่อวนาเคหะ 6.10
(ปีที่3 เป็นต้นไป) |
|
ใช้เงินฝากค้ำประกัน 5.50 |
|
ใช้หุ้นค้ำประกัน 6.80 |
บัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์ |
กรมป่าไม้
จำกัด |
ธ.กรุงไทย
จำกัด |
039-1-17608-0 |
ธ.ไทยพาณิชย์
จำกัด |
053-2-14314-6 |
|
 |
| |
| |
|
| |
|
|
เว็บไซต์ที่ต้องการลิ้งค์
มายังเว็บของเรากรุณา
Save as รูปด้านล่าง
หรือนำโค๊ดด้านล่างไป
ใส่ในเว็บท่าน
|
|