|
ถาม เรียนผู้จัดการสหกรณ์
ผมมีหุ้นอยู่ในสหกรณ์ประมาณ 600,000 บาท ผมมีความจำเป็นต้องใช้เงินประมาณ
200,000 บาท แต่ไม่อยากกู้ ผมต้องจะถอนหุ้นออกสัก 2 แสนบาท จะได้หรือไม่ครับ
(สมาชิกภูมิภาค)
ตอบ ไม่ได้ครับ เหตุที่ไม่ได้ก็เพราะว่า
ข้อบังคับของสหกรณ์ เขียนไว้ในหมวด 3 ทุน ข้อ 6. การถือหุ้น กำหนดว่า
"...สมาชิกจะถอนหุ้นคืนในระหว่างที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ไม่ได้....สมาชิกจะโอนหุ้นซึ่งตนถือให้
ผู้อื่นไม่ได้" ความจริงข้อบังคับข้อใดหากไม่มีเหตุผลก็สามารถแก้ไขได้
เพราะข้อบังคับทุกข้อที่กำหนดไว้ต้องเป็น ประโยชน์ ต่อสมาชิกและสหกรณ์
กฎทุกกฎเราเขียน ไว้เพื่อรับใช้มนุษย์ หากส่งผลสะเทือนถึงสังคมส่วนรวมก็ควรแก้
แต่ขอเรียนว่าข้อบังคับข้อนี้ทุกสหกรณ์ก็จะเขียนเหมือน ๆ กัน และข้อบังคับฉบับมาตรฐานของกรมส่งเสริม
สหกรณ์ก็กำหนดไว้แบบนี้เช่นเดียวกัน ทำไมทุกสหกรณ์จึงต้องเขียนไว้เช่นนี้
เรื่องนี้ย่อมมีที่มาที่ไปครับ
ผมคิดว่าเรื่อง "ทุนเรือนหุ้น"
นี้เป็นหลักการที่สำคัญของสหกรณ์ ทำให้สหกรณ์แตกต่างจากสถาบันการเงินอื่น
ๆ เช่นธนาคาร ทุนเรือนหุ้นเป็น จุดแข็ง ของสหกรณ์ที่ทำให้สหกรณ์มีความมั่นคงเหนือกว่าธนาคาร
ประการแรก เมื่อสมัครสมาชิกทุกท่านจะถูกหักค่าหุ้นทุกเดือน ผลดีต่อสมาชิกคือ
เป็นการ บังคับออม บางท่านเก็บเงินเอง
ไม่ค่อยได้ แต่เมื่อมาเป็นสมาชิก อย่างน้อยทุกคนจะมีทุนเรือนหุ้นที่งอกเงย
เพิ่มขึ้นทุกเดือน ทุกปี ผลดีต่อ สหกรณ์คือ การเพิ่มทุนดำเนินงาน เมื่อได้เงินหุ้นจากสมาชิก
สหกรณ์ก็นำไปปล่อยให้สมาชิกกู้ต่อไปเรื่อย ๆ ลำพังเงินฝากอย่างเดียวนั้นคงไม่เพียงพอ
การปล่อยเงินกู้ได้ตลอดเวลาผลดีก็กลับคืนสู่สมาชิกนั่นเอง จะเห็นว่า
หุ้นของ สหกรณ์จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือน ทำให้สหกรณ์มีความมั่นคงยิ่งขึ้น
แต่หุ้นของธนาคารนั้นกว่าจะ อนุมัติให้ขายหุ้นเพิ่มได้แต่ละครั้ง เป็นเรื่องยุ่งยาก
ถ้าผู้ถือหุ้นเก่าไม่ได้ประโยชน์ก็มักจะไม่ค่อยยอมให้เพิ่มหุ้น แม้ว่าการเพิ่มหุ้นนั้นจะทำให้ธนาคารมั่นคงเพิ่มขึ้นก็ตาม
ประการที่สอง หุ้นของสหกรณ์มั่นคง ราคาคงที่ 10 บาทตลอดกาล แต่หุ้นของธนาคารนั้นไม่แน่นอน
ราคาพาร์ 10 บาท บางครั้งซื้อขายกัน 500 - 600 บาท และบางครั้งราคาลดเหลือ
1 สตางค์ ก็มีให้เห็นหลายธนาคาร หุ้นของธนาคารนั้นก็ถอนไม่ได้ เพราะบัญชี
อีกข้างหนึ่งจะสมดุลได้นั้น ก็คือหุ้นได้ถูกแปรไปเป็นสินทรัพย์แล้ว
แต่หุ้นธนาคาร สามารถซื้อขายกันได้ซึ่งก็ คือการโอนให้กันได้ เมื่อซื้อขายกันได้
โอนได้ย่อมเป็นธรรมดาที่ราคาหุ้นย่อมเป็นไปตามกลไกตลาด ตามหลักอุปสงค์
อุปทานของเศรษฐศาสตร์ เพราะทุกคนก็จะต้องแสวงหาช่องทางในการทำ กำไรในการนำเงิน
เข้าเงินออก และการปั่นราคา ดังนั้น หากสหกรณ์ให้สมาชิกถอนหุ้นได้แล้ว
ผมเชื่อว่าระยะยาวแล้วราคาหุ้น ก็จะไม่คงที่ 10 บาท และสหกรณ์ก็คงจะไม่ใช่สหกรณ์อีกต่อไป
ทุกอย่างย่อมมีทั้งผลดี และผลเสียในตัวมันเอง
จะเห็นว่าข้อนี้เป็นปัญหาในเชิงกระทบต่อหลักการของสหกรณ์ที่แตกต่งจากธนาคาร
เพราะหลักการข้อนี้ได้ทำให้ ระบบสหกรณ์มีความมั่นคง และไม่ได้รับผลกระทบมากนักแม้ว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมาจะรุนแรง
ในขณะที่ สถาบันการเงินทั่วไปต่างประสบปัญหาถ้วนหน้า
อย่างไรก็ตาม
ใช่ว่าสหกรณ์จะปิดหนทางของท่านทั้งหมด เพราะท่านสมาชิกภูมิภาคยังสามารถยื่นขอกู้หุ้น
ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันใด ๆ ครับ เพียงเขียน ใบกู้แผ่นเดียว
และท่านเชื่อหรือไม่ครับว่า การกู้หุ้นนั้น เงินปันผลที่ท่านได้รับจะสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่ท่านจ่าย
เช่นกรณีนี้ สมมุติว่าท่านกู้หุ้น 200,000 บาท ชำระคืน 6 ปี ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินกู้
8.5% ถ้าคำนวณแล้ว ท่านจะเสียดอกเบี้ยตลอด 6 ปีรวม 51,668.10 บาท แต่เงินหุ้นของท่าน
200,000 บาทยังอยู่ ถ้าคิดว่าท่าน ได้เงินปันผล 7.00% จะได้เงินปันผลปีละ
14,000 บาท รวม 6 ปีได้เงินปันผล 84,000 บาท ยังคงมีกำไร 32,331.90
บาท และท่านไม่ต้องห่วงว่าต่อไปเงินปันผลจะลด เพราะถ้าเงินปันผลลด
ดอกเบี้ยเงินกู้ก็จะ ลดลงตามไปด้วยครับ สำหรับเงินที่ท่านผ่อนชำระทุกเดือนจะเป็น
อานิงส์ให้สมาชิกท่านอื่น ๆ ได้มีโอกาสกู้ต่อไป อีกเรื่อย ๆ ครับ สหกรณ์ก็จะเติบโตทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นเรื่อย
ๆ เงินหุ้นของท่านก็ยังอยู่และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนี้ก็ค่อย ๆ หมดไป
หากมองอีกแง่หนึ่งการกู้เงินหุ้นตนเองนั้น เหมือนเป็นการบังคับออม
สิ่งนี้เองถึงแม้ว่า สมาชิกสหกรณ์จะกู้เงินมาก แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนจะมีเงินออม
เราจึงยังคงเรียกสหกรณ์ของเราว่า "สหกรณ์ออมทรัพย์"
ได้เต็มปาก
วิชิต
สนธิวณิช |