ข้อ 35. การกู้เงินกู้สามัญทุกประเภท และเงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะ
เมื่อหักเงินที่ต้องชำระต่อ สหกรณ์ ยกเว้นเงินฝากรายเดือนแล้ว ผู้กู้จะต้องมีเงินได้รายเดือนคงเหลือ
ดังนี้
(1) จำนวนหนี้รวมไม่เกิน
500,000 บาท จะต้องมีเงินได้รายเดือนของผู้กู้คงเหลือไม่น้อยกว่า
2,000 บาท
(2) จำนวนหนี้รวมเกิน
500,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท จะต้องมีเงินได้รายเดือนของผู้กู้
คงเหลือไม่น้อยกว่า 3,000 บาท
(3) จำนวนหนี้รวมเกิน
1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,5000,000 บาท จะต้องมีเงินได้รายเดือน
ของผู้กู้คงเหลือ ไม่น้อยกว่า 5,000 บาท
(4) จำนวนหนี้รวมเกิน
1,500,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท จะต้องมีเงินได้รายเดือนของผู้กู้
ู้คงเหลือ ไม่น้อยกว่า 7,000 บาท
(5) จำนวนหนี้รวมเกิน
2,000,000 บาทจะต้องมีเงินได้รายเดือนของผู้กู้คงเหลือไม่น้อยกว่า
9,000 บาท
จำนวนหนี้รวมตามวรรคหนึ่ง
(1) ถึง (5) หมายถึงหนี้เงินกู้สามัญทุกประเภท และเงินกู้พิเศษ เพื่อการเคหะของผู้กู้ที่มี
อยู่กับสหกรณ์รวมกับจำนวนเงินกู้ที่ขอกู้ใหม่
กรณีการกู้เงินพิเศษเพื่อการเคหะ
ซึ่งผู้ขอกู้มีเงินได้รายเดือนคงเหลือไม่เข้าหลักเกณฑ์ ตามวรรคหนึ่ง
(1) ถึง (5) ให้ผู้กู้นำหลักฐานเงินได้รายเดือนคงเหลือของคู่สมรส
และหรือบุตร มารวมกับเงินได้รายเดือนคงเหลือ
ของผู้กู้โ ดยใช้หลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) โดยอนุโลม แต่ทั้งนี้
ผู้กู้จะต้องมีเงินได้รายเดือน คงเหลือไม่น้อยกว่า 2,000 บาท
หลักฐานซึ่งแสดงเงินได้รายเดือนประกอบคำขอกู้เงินกู้เพื่อการ
เคหะของผู้กู้ และหรือคู่สมรส และหรือบุตรได้แก่ หลักฐานการรับเงินเดือนสุทธิ
สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากสถาบันการเงินย้อนหลัง 6 เดือน หรือหลักฐานอื่นใดที่
คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร
สำหรับเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
เมื่อหักเงินที่ต้องชำระต่อสหกรณ์ ยกเว้นเงินฝากรายเดือนแล้ว ผู้กู้จะต้องมีเงินได้รายเดือนคงเหลือไม่น้อยกว่า
2,000 บาท
การส่งเงินงวดชำระหนี้เงินกู้ทุกประเภท
ซึ่งผู้กู้ต้องส่งต่อสหกรณ์ให้ส่งโดยวิธีหักจากเงินได้รายเดือน ของผู้กู้
ณ ที่จ่าย เว้นแต่ในกรณีสมาชิกผู้กู้ดังกล่าวไม่มีเงินได้รายเดือน
ที่รับจากหน่วยราชการต้นสังกัดของผู้กู้ ให้นำส่งเงินงวดชำระหนี้
ที่สำนักงานของสหกรณ์ หรือหักจากบัญชีเงินฝากของผู้กู้ที่มีอยู่กับสหกรณ์
ส่วนสมาชิกผู้กู้ที่ใช้เงินค่าหุ้นหรือเงินฝากหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน
ของสหกรณ์นี้เป็นหลักประกันให้นำส่งเงินชำระหนี้ ในส่วนที่เกินหลังหักจากเงินได้รายเดือนของผู้กู้
ณ ที่จ่าย ที่สำนักงานของสหกรณ์หรือหักจากบัญชีเงินฝาก ของผู้กู้ที่มีอยู่กับสหกรณ์
หมวด 7
ดอกเบี้ยเงินกู้
ข้อ 36. ให้สหกรณ์เรียกดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน เงินกู้สามัญและเงินกู้พิเศษแต่ละประเภท
ในอัตราตามที่ ี่คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด
ประกาศใช้ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี
ในระหว่างการผ่อนชำระหนี้เงินกู้
หากสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ได้ประกาศปรับ อัตราดอกเบี้ย
เงินกู้ใหม่ สหกรณ์ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยและปรับจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระของผู้กู้ซึ่งยังค้างชำระอยู่เป็น
อัตราใหม่ ตั้งแต่วันแรกของเดือนถัดจากเดือน ที่มีการประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นต้นไป
ข้อ 37. ดอกเบี้ยเงินกู้ให้คิดเป็นรายวันตามจำนวนต้นเงินคงเหลือ
หมวด 8
การควบคุมหลักประกันและการเรียกคืนเงินกู้
ข้อ 38. ให้คณะกรรมการเงินกู้ตรวจตราควบคุม ให้เงินกู้ทุกรายมีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
และเมื่อคณะกรรมการเงินกู้เห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดเกิดบกพร่อง
ผู้กู้จะต้องจัดการแก้ไขให้คืนดี ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
ข้อ 39. ในกรณีใด ๆ ดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเงินกู้ไม่ว่าประเภทใด ๆ
เป็นอันถึงกำหนดส่งคืนโดยสิ้นเชิง พร้อมทั้งดอกเบี้ยใน ทันทีโดยมิต้องคำนึงถึงกำหนดเวลาที่ให้ไว้
และให้คณะกรรมการเงินกู้จัดการ เรียกคืนโดยมิชักช้า
39.1 เมื่อผู้กู้ออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใด
ๆ
39.2 เมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการเงินกู้ว่าผู้กู้
นำเงินกู้ไปใช้ผิดความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น
39.3 เมื่อคณะกรรมการเงินกู้เห็นว่าหลักประกัน
สำหรับเงินกู้เกิดบกพร่อง และผู้กู้มิได้แก้ไข ให้คืนดีภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
39.4 เมื่อค้างส่งเงินงวดชำระหนี้
(ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ย) เป็นเวลาถึงสองเดือนหรือผิดนัด
การส่งเงินงวดชำระหนี้ดังว่านั้น ถึงสามคราวสำหรับเงินกู้รายหนึ่ง
ๆ
ข้อ 40. ในกรณีที่เงินกู้เป็นอันต้องส่งคืนโดยสิ้นเชิง ตามที่กล่าวแล้วในข้อ
39 ถ้าผู้ค้ำประกันต้องรับผิด ชำระหนี้แทนผู้กู้ และไม่สามารถชำระหนี้นั้นโดยสิ้นเชิงได้
เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอคณะกรรมการเงินกู้อาจผ่อนผัน ให้เรียกเก็บจากผู้ค้ำประกันเป็นงวดรายเดือน
จนเสร็จตามที่ผู้กู้ได้ทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ก็ได้สุดแต่จะ
พิจารณาเห็นสมควร
ข้อ 41. ผู้กู้ก็ดี ผู้ค้ำประกันก็ดี ต้องรับผูกพันว่า ถ้าตนประสงค์จะขอโอนหรือย้ายหรือออกจากราชการ
หรืองานประจำ (เว้นแต่ยังเป็นสมาชิกของสหกรณ์อยู่ตามข้อบังคับ) ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สหกรณ์ทราบ
และจัดการชำระหนี้สินซึ่งตนมีอยู่ต่อสหกรณ์ ให้เสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วจึงขอโอนหรือย้ายหรือออกจากราชการ
หรืองานประจำนั้นได้
หมวด 9
ข้อเบ็ดเสร็จ
ข้อ 42. การใดที่มิได้เป็นไปตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณา
และวินิจฉัยการ ให้เงินกู้เป็นกรณีพิเศษเฉพาะเรื่องนั้น ๆ ได้ ทั้งนี้ต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ
ไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของ จำนวนคณะกรรมการดำเนินการ ผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อการนั้น
ประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2548