|
อาศัยอำนาจตามความในข้อ
78 (9) และข้อ 106 (3) แห่งข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด
ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ครั้งที่
12 / 2548 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2548 ได้กำหนดระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้
จำกัด ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก พ.ศ. 2548 ดังนี้
ข้อ 1. ระเบียบนี้ เรียกว่า ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด
ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิกสหกรณ์
พ.ศ. 2548
ข้อ 2. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2548 เป็นต้นไป
ข้อ 3. ให้ยกเลิก ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก
พ.ศ.2547
อนึ่ง ระเบียบหรือข้อความอื่นใดที่ขัดแย้งกับระเบียบนี้
ให้ใช้ระเบียบนี้
หมวด 1
ข้อกำหนดทั่วไป
ข้อ 4. ในระเบียบนี้ สหกรณ์ให้เงินกู้
3 ประเภท คือ
4.1 เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
4.2 เงินกู้สามัญ
4.3 เงินกู้พิเศษ
ข้อ 5. สหกรณ์จะให้เงินกู้ได้เฉพาะแก่สมาชิก
ข้อ 6. การให้เงินกู้แก่สมาชิก จะให้ได้เฉพาะกรณีเพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์
ตามที่คณะกรรมการ ดำเนินการเห็นสมควร
หมวด 2
เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
ข้อ 7. สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉิน
ต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์โดย ได้ส่งเงินค่าหุ้นมาแล้ว 6 งวดเดือน
ข้อ 8. เมื่อสมาชิกมีเหตุฉุกเฉินอันแสดงหลักฐานพิสูจน์ได้ และประสงค์จะขอกู้เงินก็ให้ยื่นคำขอกู้
ตามแบบที่สหกรณ์กำหนดไว้ เพื่อให้คณะกรรมการเงินกู้พิจารณาอนุมัติ
ข้อ 9. เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินที่ให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง ๆ นั้น
ให้มีจำนวนไม่เกินร้อยละเก้าสิบของเงินค่าหุ้น ที่สมาชิกนั้นมีอยู่ในสหกรณ์
และไม่เกินเงินได้รายเดือนของสมาชิกนั้น
ในกรณีที่สมาชิกนั้นยังมีเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
ค้างชำระอยู่ หากประสงค์จะกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินใหม่ จำนวนเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน ครั้งใหม่
และเงินกู้ที่ค้างชำระอยู่รวมกันจะมีจำนวนต้นเงินกู้เกินกว่าจำกัด
ที่กล่าวในวรรคก่อนไม่ได้
หมวด 3
เงินกู้สามัญ
ข้อ 10. สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินสามัญ
ต้องเสนอคำขอกู้ต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนดไว้
ข้อ 11. คำขอกู้เงินสามัญของสมาชิกนั้น ต้องเสนอโดยผ่านการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับ
7 ขึ้นไป หรือผ่านหัวหน้าหน่วยงาน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง เว้นแต่กรณีจำนวนเงินกู้ไม่เกินกว่าร้อยละเก้าสิบ
ของเงินค่าหุ้น หรือเงินฝาก ที่สมาชิกมีอยู่กับสหกรณ์ซึ่งเป็นหลักประกันเงินกู้นั้น
ข้อ 12. สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินสามัญ ต้องเป็นสมาชิกในสหกรณ์ โดยได้ส่งเงินค่าหุ้นมาแล้ว
6 งวดเดือน ในกรณีสมาชิกที่เคยออกจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์มาแล้ว หากประสงค์ขอกู้เงินสามัญจะต้องส่งเงิน
ค่าหุ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 งวดเดือน เว้นแต่การกู้นั้น เป็นการกู้เพื่อชำระหนี้ให้กับผู้ค้ำประกันที่เคยชำระหนี้
ี้ให้แก่สหกรณ์แทนตน ให้ขอกู้ได้เมื่อส่งเงินค่าหุ้นมาแล้ว 1 งวดเดือน
ข้อ 13. จำนวนเงินกู้สามัญที่ให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง ๆ นั้นย่อมสุดแต่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณา
เห็นสมควร ทั้งนี้ จำนวนเงินกู้สามัญทุกประเภทรวมกัน ต้องอยู่ภายในจำกัดวงเงินไม่เกิน
30 เท่าของเงินได้ รายเดือน โดยจำนวนเงินกู้ต้องเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่มีอยู่ในสหกรณ์
ดังนี้
(1) จำนวนเงินกู้ไม่เกิน
200,000 บาท ต้องมีหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละสิบห้าของวงเงินกู้
(2) จำนวนเงินกู้เกินกว่า
200,000 บาท ต้องมีหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของวงเงินกู้
ทั้งนี้
เงินกู้สามัญแบ่งเป็น 6 ประเภท ดังนี้
13.1 เงินกู้สามัญทั่วไป
จำนวนเงินกู้เงินกู้สามัญทั่วไปเป็นไป ตามจำนวนอายุสมาชิก และจำนวนเงิน
ได้รายดือน ของสมาชิก ดังนี้
(1)
ผู้ที่เป็นสมาชิกน้อยกว่า 5 ปี กู้ได้ไม่เกิน 15 เท่า ของเงินได้รายเดือน
(2)
ผู้ที่เป็นสมาชิก 5 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 8 ปี กู้ได้ไม่เกิน 20 เท่าของเงินได้รายเดือน
(3)
ผู้ที่เป็นสมาชิก 8 ปีขึ้นไป กู้ได้ไม่เกิน 25 เท่าของเงินได้รายเดือน
13.2 เงินกู้สามัญเพื่อการศึกษา
เพื่อส่งเสริมการศึกษาคณะกรรมการดำเนินการ อาจให้เงินกู้ ูเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย
ในการศึกษาของสมาชิก และหรือคู่สมรส และหรือบุตร และหรือบุตรบุญธรรมของสมาชิก
ในระดับการศึกษาอนุบาลปริญญาเอก สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้
(1)
เพื่อเป็นค่าบำรุงการศึกษา ค่าอุปกรณ์การศึกษา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ตามประกาศของ สถานการศึกษาเท่าที่จ่ายจริง
(2)
เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอีกไม่เกิน 5,000
บาท ของข้อ (1) ต่อรายต่อภาคการศึกษา
(3)
เพื่อซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
13.3 เงินกู้สามัญเพื่อประกอบอาชีพเสริม
เพื่อส่งเสริมการหารายได้เพิ่มของสมาชิกคณะกรรมการ ดำเนินการ อาจให้เงินกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเสริมของสมาชิกสำหรับเป็นค่าใช้จ่าย
ดังต่อไปนี้
(1)
เพื่อการลงทุนประกอบอาชีพเสริมของสมาชิก
(2)
เพื่อขยายกิจการหรือเสริมสภาพคล่องในกิจการเดิมของสมาชิก
13.4 เงินกู้สามัญเพื่อสงเคราะห์ผู้ประสบภัย
เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย คณะกรรมการดำเนินการอาจให้เงินกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย
ในการสงเคราะห์สมาชิกผู้ประสบภัย โดยให้กู้ได้ ดังนี้
(1)
วงเงินกู้ไม่เกินมูลค่าที่ได้รับความเสียหายจริง
(2)
ในกรณีวงเงินกู้ตาม (1) เมื่อรวมกับหนี้เงินกู้สามัญอื่นที่มีอยู่กับสหกรณ์เกินกว่า
30 เท่าของเงินได้รายเดือน
หรือเกินกว่า 600,000 บาท ให้นำเงินกู้ส่วนที่เกินมาชำระหนี้ เงินกู้สามัญทั่วไป
สามัญเพื่อประกอบอาชีพเสริม และสามัญเพื่อการศึกษา ตามลำดับ โดยให้เหลือหนี้ไม่เกิน
30 เท่าของเงินได้รายเดือน และไม่เกิน 600,000 บาท
13.5 เงินกู้สามัญเพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน
เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ของสมาชิก คณะกรรมการดำเนินการอาจให้เงินกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย
ในการปรับปรุงยานพาหนะเพื่อติดตั้ง ระบบการใช้ก๊าซ โดยให้กู้ได้ในวงเงินกู้ไม่เกินจำนวนเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายจริง
13.6 เงินกู้สามัญเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน
คณะกรรมการดำเนินการอาจให้เงินก ู้เพื่อเป็น ค่าใช้จ่ายในการซื้ออาวุธปืน
และหรือเครื่องกระสุนปืน โดยให้กู้ได้ในวงเงินกู้ไม่เกินจำนวนเงิน
ที่เป็นค่าใช้จ่ายจริง
การให้เงินกู้สามัญตามข้อ
13.1 ถึง 13.6 คณะกรรมการ ดำเนินการ จะกำหนดหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการให้กู้
คำขอกู้ หลักฐานประกอบคำขอกู้ โดยออกเป็นประกาศสหกรณ์
ในการกู้ตามข้อ
13.2 ข้อ 13.3 ข้อ 13.5 และข้อ 13.6 สมาชิกผู้ขอกู้ต้องเสนอคำขอกู้ตามแบบของ
สหกรณ์พร้อมหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบคำขอกู้ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการอนุมัติแล้ว
จะต้องนำเงินกู้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์แห่งการขอกู้เท่านั้น หากคณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบพบว่าผู้กู้
ไม่นำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์แห่งการกู้ หรือไม่รายงานผลการใช้เงินกู้ภายใน
60 วันนับแต่วันที่ได้รับเงินกู้ จะต้องถูกปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทนั้นๆ
ของสหกรณ์อีกร้อยละ 4 ต่อปี และระงับสิทธิการกู้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินเป็นระยะเวลา
1 ปี เงินกู้สามัญทุกประเภทและเงินกู้พิเศษเป็นระยะเวลา 2 ปี เว้นแต่ผู้กู้นำเงินกู้และดอกเบี้ยมาชำระคืนให้แก่สหกรณ์ภายใน
60 วัน นับแต่วันที่ได้รับเงินกู้
ทั้งนี้
จำนวนเงินกู้สามัญทั่วไปต้องอยู่ภายในจำกัดวงเงินไม่เกิน 25 เท่าของเงินได้รายเดือน
และไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับจำนวนเงินกู้สามัญเพื่อการศึกษา เงินกู้สามัญเพื่อประกอบอาชีพเสริมเงินกู้เพื่อสงเคราะห์
ผู้ประสบภัย เงินกู้เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน และเงินกู้สามัญเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน
ต้องอยู่ ภายในจำกัดวงเงิน
เมื่อรวมกับเงินกู้สามัญประเภทอื่นแล้วไม่เกิน 30 เท่าของเงินได้รายเดือน
และไม่เกิน 600,000 บาท
สมาชิกผู้ขอกู้เงินกู้สามัญเพื่อการศึกษา
และหรือเงินกู้สามัญเพื่อประกอบอาชีพเสริม เงินกู้เพื่อส่งเสริม การประหยัดพลังงาน
และเงินกู้สามัญเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน ต้องฝากเงินออมทรัพย์เดือนละไม่น้อยกว่า
100 บาท หรือตามที่คณะกรรมการดำเนินการ กำหนดจนกว่าจะชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวเสร็จสิ้น
สมาชิกที่กู้เงิน
สามัญทุกถึงแก่กรรมสหกรณ์จะนำเงินสินไหมทดแทน ไปชำระหนี้ที่ค้างชำระกับ
สหกรณ์ก่อน ส่วนที่เหลือจึงจะมอบให้แก่ทายาท ในกรณีที่บริษัทปฏิเสธการรับทำประกันชีวิตหมู่
การให้เงินกู้ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการดำเนินการ
ข้อ 14. สมาชิกต้องส่งเงินกู้สามัญคืนสหกรณ์แล้ว เป็นเวลาไม่น้อยกว่า
3 งวดเดือนจึงมีสิทธิยื่น กู้สามัญใหม่ได้ เว้นแต่จำนวนเงินกู้สามัญของสมาชิกผู้กู้
ยังไม่เกินกว่าจำกัดที่กล่าวในข้อ 13.
ข้อ 15. ในการให้เงินกู้สามัญนั้น ถ้าปรากฏว่าสหกรณ์มีเงินทุนที่จะให้กู้ได้
ไม่พอแก่การขอกู้อัน มีลักษณะพึงให้กู้นั้นทุกราย ให้ถือลำดับในการพิจารณาให้เงินกู้
ดังต่อไปนี้
15.1 เงินกู้ซึ่งถือค่าหุ้น
หรือเงินฝากเป็นหลักประกันนั้น พึงให้ในลำดับก่อนเงินกู้ซึ่งมีหลักประกัน
อย่างอื่นตามลำดับ
15.2 ในระหว่างเงินกู้ซึ่งอยู่ในลำดับเดียวกันตามที่กล่าวใน
(1) นั้น ให้ถือลำดับก่อนหลังตาม
ที่เสนอคำขอกู้ต่อสหกรณ์
ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการ
เห็นว่ามีเหตุผลพิเศษจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นก็ได้หมวด 4
เงินกู้พิเศษ
ข้อ 16. เมื่อคณะกรรมการดำเนินการ เห็นว่าสหกรณ์มีฐานะทางการเงินก้าวหน้าพอ
ที่จะช่วยเหลือให้เงินกู้เพื่อ ส่งเสริมฐานะความมั่นคง หรือก่อประโยชน์งอกเงยแก่สมาชิก
ได้โดยจำนวนเกินกว่าจำกัดตามข้อ 13. คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัย
ให้เงินกู้พิเศษแก่สมาชิกนั้นได้ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และตามข้อบังคับของสหกรณ์
จำนวนเงินกู้พิเศษที่ให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง
ๆ นั้น ย่อมสุดแต่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณา เห็นสมควร
ข้อ 17. การให้เงินกู้พิเศษนั้น ให้เพื่อการเคหะ เพื่อการลงทุนประกอบอาชีพ
และเพื่อการอื่นตามข้อกำหนด ในระเบียบนี้ โดยคณะกรรมการดำเนินการจะพิจารณาให้เงินกู้พิเศษดังกล่าว
เมื่อใดให้กระทำโดยประกาศ ของสหกรณ์ สำหรับแบบคำขอกู้พิเศษเพื่อการนั้น
ให้เป็นไปตามแบบที่สหกรณ์กำหนด
ให้ถือว่าการกู้เงินเพื่อการเคหะอยู่ในลำดับก่อน
เงินกู้เพื่อการลงทุนประกอบอาชีพ และเงินกู้เพื่อการอื่น อยู่ในลำดับสุดท้าย
สำหรับเงินกู้พิเศษซึ่งอยู่ในลำดับเดียวกันนั้น ให้ถือลำดับก่อนหลังตามที่เสนอคำขอกู้ต่อ
สหกรณ์
ข้อ 18. สมาชิกซึ่งอาจได้รับเงินกู้พิเศษได้ต้องเป็นสมาชิกในสหกรณ์นี้
ติดต่อกันมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนเงินกู้
ข้อ 19. สมาชิกซึ่งมีหนี้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินและหรือหนี้เงินกู้สามัญ
คณะกรรมการดำเนินการ อาจพิจารณาให้เงินกู้พิเศษ แก่สมาชิกดังกล่าวเพิ่มอีกหนึ่งสัญญาก็ได้
ทั้งนี้ต้องสามารถหักการชำระหนี้ได้ จากเงินได้รายเดือนของผู้กู้ ณ
ที่จ่ายเท่านั้น
ข้อ 20. การอนุมัติให้เงินกู้พิเศษนั้น ต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนคณะกรรม
การดำเนินการ ผู้เข้าร่วมประชุมพิจารณาคำขอกู้รายนั้น เว้นแต่การกู้เงินโดยใช้ทุนเรือนหุ้นหรือเงินฝากใน
สหกรณ์ฯ เป็นหลักประกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการเงินกู้
ข้อ 21. เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้วินิจฉัยให้เงินกู้พิเศษ ทั้งหนังสือกู้และเอกสารกฎหมายอย่างอื่น
ๆ เกี่ยวกับเงินกู้นั้นได้จัดทำตามแบบที่กำหนด ไว้โดยครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
สมาชิกผู้กู้จึงรับเงินกู้จากสหกรณ์ได้
ข้อ 22. ตราบใดที่สมาชิกยังส่งเงินชำระหนี้เงินกู้พิเศษไม่ครบ สมาชิกผู้นั้นจะต้องยินยอมและอำนวย
ความสะดวกให้คณะกรรมการดำเนินการ หรือบุคคลอื่นซึ่งได้รับมอบหมายจากสหกรณ์
เข้าตรวจทรัพย์สิน หรือกิจการที่ใช้เงินกู้นั้น ในเวลาอันสมควรได้เสมอ
และต้องชี้แจงข้อความเกี่ยวกับเรื่อ ที่ตรวจให้ทราบ ตามความประสงค์
|