|
การกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกัน
ข้อ 17. วงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกัน ที่ประชุมใหญ่อาจกำหนดวงเงินกู้ยืม
หรือการค้ำประกันสำหรับปีหนึ่ง ๆ ไว้ตามที่จำเป็นและสมควรแก่การดำเนินงาน
วงเงินซึ่งกำหนดดังว่านี้ต้องได้รับความเห็นชอบ จากนายทะเบียนสหกรณ์
ถ้าที่ประชุมใหญ่ยังมิได้กำหนด
หรือนายทะเบียนสหกรณ์ยังมิได้ให้ความเห็นชอบวงเงินกู้ยืมหรือการ ค้ำประกันสำหรับปีใด
ก็ให้ใช้วงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกันสำหรับปีก่อนไปพลาง
ข้อ 18. การกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกัน สหกรณ์อาจกู้ยืมเงิน หรือออกตั๋วสัญญาใช้เงิน
หรือตราสารการเงิน หรือโดยวิธีอื่นใด
สำหรับใช้เป็นทุนดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ได้ ตามที่คณะกรรมการดำเนินการ
เห็นสมควร
ทั้งนี้ จะต้องอยู่ภายในวงเงินกู้ยืมหรือค้ำประกันประจำปีตามข้อ 17
การเงินและการบัญชีของสหกรณ์
ข้อ 19. การลงลายมือชื่อแทนสหกรณ์ การลงลายมือชื่อเพื่อให้มีผลผูกพัน
สหกรณ์ในกิจการอันเกี่ยว กับบุคคลภายนอก
เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นพิเศษ ตามข้อบังคับนี้ ให้ปฏิบัติดังนี้
(1)
หนังสือกู้ยืมซึ่งสหกรณ์เป็นผู้กู้ยืม ตลอดจนการเบิก หรือรับเงินกู้
การจำนองซึ่ง สหกรณ์เป็นผู้จำนอง หรือรับจำนอง
หรือการไถ่ถอนจำนอง หรือการให้ความยินยอมต่าง ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับทรัพย์สินซึ่ง
สหกรณ
์เป็นผู้รับจำนอง การถอนเงินฝากของสหกรณ์ และในนิติกรรมอื่น ๆ จะต้องลงลายมือชื่อของ
ประธานกรรมการ
หรือรองประธานกรรมการ หรือเลขานุการ หรือเหรัญญิก หรือกรรมการ ผู้ที่คณะกรรมการดำเนินการมอบหมาย
หรือผู้จัดการ รวมเป็นสองคน
(2)
การรับฝากเงิน ใบรับเงิน และเอกสารทั้งปวง นอกจากที่กล่าวไว้ใน (1)
ข้างบนนี้จะต้องลงลายมือชื่อ ของผู้จัดการ
หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
อนึ่ง ในหนังสือกู้ยืมซึ่งสหกรณ์เป็นผู้กู้ยืม
เช็คใบสั่งจ่ายเงิน ใบรับเงินตั๋วสัญญาใช้เงินและตราสารการเงิน ของสหกรณ์นั้น
ต้องประทับตราของสหกรณ์เป็นสำคัญด้วย
ข้อ 20. การเงินของสหกรณ์ การรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสหกรณ์ ให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้จัดการ
ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์
ข้อ 21. การบัญชีของสหกรณ์ ให้สหกรณ์จัดให้มีการทำบัญชี ตามแบบและรายการที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด
และเก็บรักษาบัญชีและเอกสาร
ประกอบการลงบัญชีไว้ที่สำนักงานสหกรณ์ ภายในระยะเวลาที่
นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด
ให้บันทึกรายการในบัญชีเกี่ยวกับกระแสเงินสด
ของสหกรณ์ในวันที่เกิดเหตุนั้นสำหรับเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับ กระแสเงินสด
ให้บันทึกรายการในสมุดบัญชีภายในสามวัน นับแต่วันที่มีเหตุอันจะต้องบันทึกรายการนั้น
และการลงบัญชีต้องมีเอกสารประกอบ การลงบัญชีที่สมบูรณ์โดยครบถ้วน
ให้สหกรณ์จัดทำงบดุลอย่างน้อยครั้งหนึ่ง
ทุกรอบสิบสองเดือนอันจัดว่าเป็นรอบปีทางบัญชีของสหกรณ์ ซึ่งต้องมีรายการแสดงสินทรัพย์
หนี้สิน และทุนของสหกรณ์ กับทั้งบัญชีกำไรขาดทุน ตามแบบที่นายทะเบียน
สหกรณ์กำหนด
วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์ให้สิ้นสุด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี
ข้อ 22. การเสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญ่ ให้คณะกรรมการดำเนินการเสนองบดุล
ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบ และรับรองแล้ว
เพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่ วันสิ้นปีทางบัญชี
ให้คณะกรรมการดำเนินการ
เสนอรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ ์ต่อที่ประชุมใหญ่ ่ด้วยในคราวที่เสนองบดุล
และให้ส่งสำเนารายงานประจำปีกับงบดุล ไปยังนายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวัน
นับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่
อนึ่ง ให้เก็บรักษารายงานประจำปี
แสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์ งบดุล พร้อมทั้งข้อบังคับ ระเบียบ และกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ไว้
ณ สำนักงานของสหกรณ์เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
ข้อ 23. ทะเบียนและเอกสารของสหกรณ์ ให้สหกรณ์มีทะเบียนสมาชิก ทะเบียนหุ้น
สมุดรายงานการประชุม ตลอดจนทะเบียนอื่น
ๆ ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรให้มีขึ้น
ให้สหกรณ์รายงานการ
เปลี่ยนแปลง รายการในทะเบียนสมาชิก หรือทะเบียนหุ้นต่อนายทะเบียน สหกรณ์ภายในสามสิบวัน
นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์
สมาชิกอาจขอตรวจดูเอกสารดังกล่าวในวรรคก่อนได้
ณ สำนักงานของสหกรณ์ ในระหว่างเวลาทำงาน แต่จะดูบัญชีหรือทะเบียนเกี่ยวกับเงินค่าหุ้น
เงินฝาก หรือเงินกู้ของสมาชิกรายอื่นไม่ได้นอกจากจะได้รับความ ยินยอม
เป็นหนังสือของสมาชิกนั้น และได้รับอนุญาตจากผู้จัดการก่อน
การตรวจสอบบัญชีและการกำกับดูแลสหกรณ์
ข้อ 24. การตรวจสอบบัญชี บัญชีของสหกรณ์นั้นต้องได้รับการตรวจสอบ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน
การสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป
และตามระเบียบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด โดยผู้สอบบัญชี
ซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์แต่งตั้ง
ข้อ 25. การกำกับดูแลสหกรณ์ นายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์
ผู้ตรวจการสหกรณ์ ผู้สอบบัญชี หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมาย
มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการ ดำเนินการสหกรณ์
คณะกรรมการอื่น ผู้ตรวจสอบกิจการ ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ หรือเชิญสมาชิกของสหกรณ์
์ มาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสหกรณ์
หรือให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน หรือรายงานการประชุมได้
และมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสำนักงานของสหกรณ์ ระหว่างเวลาทำงาน ของสหกรณ์ได้
ทั้งนี้ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องตามความในวรรคแรก
อำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือ และให้คำชี้แจง แก่ผู้ปฏิบัติการตามสมควร
ข้อ 26. การส่งรายการหรือรายงาน ให้สหกรณ์ส่งรายการหรือรายงานเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์ต่อหน่วยงาน
ที่กำกับดูแล
ตามแบบและระยะเวลาที่หน่วยงานนั้นกำหนด
กำไรสุทธิประจำปี
ข้อ 27. การจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี เมื่อสิ้นปีทางบัญชีและได้ปิดบัญชี
ตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรอง โดยทั่วไปแล้ว
ปรากฏว่าสหกรณ์มีกำไรสุทธิ ให้จัดสรรเป็นทุนสำรอง ไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของ
กำไรสุทธิ
และเป็นค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ไม่เกินร้อยละห้าของกำไรสุทธิ
แต่ต้อง
ไม่เกิน อัตราที่คณะกรรมการ
พัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติกำหนด
กำไรสุทธิประจำปีที่เหลือจากการจัดสรร
ตามความในวรรคก่อนนั้น ที่ประชุมใหญ่อาจจะจัดสรรได
้ดังต่อไปนี้
(1) เป็นเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้วให้แก่สมาชิก
แต่ต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยคิดให้ตามส่วนแห่งระยะเวลา
อนึ่ง ถ้าสหกรณ์ถอนทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผลตาม (4) ออกจ่ายเป็นเงินปันผลสำหรับปีใดด้วยจำนวนเงินปันผล
ทั้งสิ้นที่จ่ายสำหรับปีนั้นก็ต้องไม่เกินอัตรา ดังกล่าวมาแล้ว
ในการคำนวณเงินปันผลตามหุ้น
ให้ถือว่าหุ้นที่สมาชิกได้ชำร ต่อสหกรณ์ภายในวันที่เจ็ดของเดือน มีระยะเวลา
สำหรับคำนวณเงินปันผลตั้งแต่เดือนนั้น ส่วนหุ้นที่สมาชิกชำระต่อสหกรณ์
หลังวันที่เจ็ดของเดือน สหกรณ์จะคิดเงินปันผลให้ตั้งแต่เดือนถัดไป
(2)
เป็นเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนธุรกิจ ที่สมาชิกได้ทำไว้กับสหกรณ์ในระหว่างปี
เว้นแต่สมาชิก ที่ผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้
ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ยในปีใด มิให้ได้รับเงินเฉลี่ยคืนสำหรับปีนั้น
(3)
เป็นเงินโบนัสแก่กรรมการและเจ้าหน้าที่ ของสหกรณ์ไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิ
(4)
เป็นทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผล ไม่เกินร้อยละสองแห่งทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์
ตามที่มีอยู่
ู่ ในวันสิ้นปีนั้น
ทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผล นี้จะถอนได้โดยมติแห่งที่ประชุมใหญ่ เพื่อจ่ายเป็น
เงินปันผลตามหุ้น
ตาม (1)
(5)
เป็นทุนเพื่อการศึกษาอบรม ทางสหกรณ์ไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิ ตามระเบียบขอ
สหกรณ์
(6)
เป็นทุนสาธารณประโยชน์ ม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิ ตามระเบียบของสหกรณ์
(7)
เป็นทุนสวัสดิการ หรือการสงเคราะห์ตามสมควรแก่สมาชิกและครอบครัวไม่เกินร้อยละยี่สิบ
ของกำไรสุทธิตามระเบียบของสหกรณ์
(8)
เป็นทุนเพื่อจัดตั้งสำนักงานหรือทุนอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่สหกรณ์
(9)
กำไรสุทธิส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) ให้จัดสรรเป็นทุนสำรองทั้งสิ้น
ทุนสำรอง
ข้อ 28. ที่มาแห่งทุนสำรอง นอกจากจัดสรรจากกำไรสุทธิตามข้อ 27 แล้ว
บรรดาเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สิน ที่มีผู้ยกให้แก่สหกรณ์
ถ้าผู้ยกให้มิได้กำหนดว่าให้ใช้เพื่อการใด ให้จัดสรรเงินอุดหนุนหรือ
ทรัพย์สินนั้น
เป็นทุนสำรองของสหกรณ์
อนึ่ง จำนวนเงินซึ่งสหกรณ์พึงจ่ายแก่บุคคลใดก็ตาม
ถ้าไม่มีการเรียกร้องจนพ้นกำหนดอายุความ ก็ให้สมทบจำนวนเงินนั้นเป็นทุนสำรอง
กำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์
ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการ เสนอแนะให้ที่ประชุมใหญ่จัดสรร ตามข้อ 27
หากที่ประชุมใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่า รายการใดไม่สมควรจัดสรรหรือตัดจำนวนให้น้อยลงก็ดี
ยอดเงิน จำนวนดังกล่าวให้สมทบเป็นทุนสำรองทั้งสิ้น
ข้อ 29. สภาพแห่งทุนสำรอง ทุนสำรองย่อมเป็นของสหกรณ์โดยส่วนรวม สมาชิกจะแบ่งปันกันไม่ได้
หรือจะ เรียกร้องแม้ส่วนใดส่วนหนึ่งก็ไม่ได้
ทุนสำรองนี้จะถอนจากบัญชีได้เพื่อชดเชยการขาดทุน
อันหากบังเกิดขึ้น หรือเพื่อจัดสรรเข้าบัญชี ทุนสำรองให้แก่สหกรณ์ใหม่
ที่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกจากสหกรณ์เดิม
|