สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด...สหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อข้าราชการพนักงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ....
บริการเงินฝาก4ประเภท
- ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์
- ออมทรัพย์พิเศษ

- ออมทรัพย์เกษียณเปี่ยมสุข
- ออมทรัพย์อเนกประสงค์
บริการเงินกู้ 3 ประเภท
1.เงินกู้ฉุกเฉิน
2.เงินกู้สามัญ
- สามัญทั่วไป
- สามัญเพื่อการศึกษา
- สามัญอาชีพเสริม
- สามัญประหยัดพลังงาน
- สามัญสงเคราะห์ภัย
- สามัญคอมพิวเตอร์
3.เงินกู้พิเศษ
ทุนเรือนหุ้น
CO-OP Phone
สวัสดิการสมาชิก
การประกันชีวิต
แบบฟอร์ม
ระเบียบสหกรณ์
ข้อบังคับสหกรณ์
พ.ร.บ. สหกรณ์
ข่าวสหกรณ์
ภาพข่าว
ข่าวบริการ
บทความที่น่าสนใจ
ผลการดำเนินงาน
สมัครเป็นสมาชิก
ผู้ได้รับทุนสวัสดิการ
การบริหารสหกรณ์
หลักการสหกรณ์
โครงสร้างองค์กร
ผู้แทนสมาชิก
กรรมการดำเนินงาน
ฝ่ายจัดการ
รายงานกิจการ
ประวัติความเป็นมา
การจัดตั้งสหกรณ์
คณะกรรมการชุดต่าง ๆ
คำถามจากสมาชิก
คณะผู้จัดทำ

ส่วนราชการ
กระทรวงทรัพยากรฯ
สำนักงานรัฐมนตรี
สำนักงานปลัดกระทรวงฯ
สำนักนโยบายและแผน
กรมป่าไม้
กรมอุทยานแห่งชาติฯ
กรมทรัพยากรทางทะเลฯ
กรมส่งเสริมคุณภาพฯ
กรมทรัพยากรน้ำ
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
กรมควบคุมมลพิษ
กรมทรัพยากรทางธรณี
องค์การสวนสัตว์
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
บริษัทไม้อัดไทย
กบข.
กรมสรรพากร
รัฐบาลไทย
ฐานข้อมูลหน่วยงานของรัฐ

เกี่ยวกับสหกรณ์
สหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ
ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ
สันนนิบาติสหกรณ์
กรมส่งเสริมสหกรณ์
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์
ค้นหาสหกรณ์
สหกรณ์ต่างประเทศ
 

ตลาดเงิน - ธนาคาร
อัตราดอกเบี้ยธนาคาร
อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท
นโยบายการเงิน ธปท.
Yield Curve
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารออมสิน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ธ.ก.ส.
SME Bank
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ธนาคารนครหลวงไทย
ธนาคารไทยธนาคาร

บ้าน - ที่ดิน - เดินทาง
ราคาประเมินที่ดิน
กรมที่ดิน
กรมธนารักษ์
เว็บเกี่ยวกับบ้าน
การบินไทย
นกแอร์
One - Two - Go
แอร์เอเชีย
สนามบินสุวรรณภูมิ
รถไฟฟ้าบีทีเอส
รถไฟฟ้าใต้ดิน
การรถไฟแห่งประเทศไทย
บริษัทชนส่ง จำกัด (บขส.)
ขสมก.
แผนที่กรุงเทพฯ-การจราจร

ค้นหา - E-mail - ความรู้
Google
Yahoo
Hotmail
Gmail
Yahoo ไทย
Pantip.com
Sanook.com
Kapook.com
Yellow Pages.co.th
ThaiGooleEarth
9JobSearch เว็บหางาน
Thailand Directory
สารานุกรมไทย
วิกิพีเดีย
พจนานุกรมราชบัณฑิต
สยามดิคออนไลน์
ภาษิต
Search Engine Marketing

เวบไซด์เพื่อสุขภาพ

หนังสือพิมพ์ - ทีวี
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
มติชน
คมชัดลึก
ข่าวสด
ผู้จัดการออนไลน์
กรุงเทพธุรกิจ
โพสต์ทูเดย์
Student Weekly
The Nation
Bangkok Post
ประชาชาติธุรกิจ
ฐานเศรษฐกิจ
สยามกีฬา
ช่อง 3
ช่อง 5
ช่อง 7
ช่อง 9 อสมท.
ช่อง 11
ยูบีซี
มายไอพีทีวี
เนขั่นชาแนล
CNN
BBC
Chinanews
  สหกรณ์ออมทรัพย์ กรมป่าไม้ จำกัด




 




วิชิต สนธิวณิช
นักวิชาการป่าไม้ 8 ว
กรรมการทำหน้าที่ผู้จัดการ


 

    

       ตามที่คณะกรรมการดำเนินการมีมติเห็นชอบ ให้ ประกาศสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด เรื่อง การกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากและเงินให้กู้
       โดยปรับปรุงอัตราดอกเบี้ย เงินฝากออมทรัพย์สินมัธยัสถ์ อเนกประสงค์ ออมทรัพย์พิเศษ และออมทรัพย์ เกษียณเปี่ยมสุข หรือเงินฝากทุกประเภทบัญชีเมื่อ 1 พ.ค. 2549 และเมื่อ1 ก.ย. 2549 รวม 2 ครั้ง เป็นเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 1.00% ต่อปี
       สำหรับเงินกู้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉิน – สามัญทั่วไป เมื่อ 1 พ.ค. 2549 เพิ่มขึ้น 0.40%  และเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2549 เพิ่มอีก 0.35% รวมเป็นเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.75% ต่อปี และไม่ปรับเพิ่มอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ตามวัตถุประสงค์อีกหลายประเภท เช่นเงินกู้สามัญเพื่อการศึกษา สินเชื่อวนาเคหะ สามัญประกอบ อาชีพเสริม ฯลฯ นั้น

       
สมาชิกอาจ มีข้อสงสัยว่า “ทำไมต้องขึ้นดอกเบี้ย” สถานการณ์การเงินปัจจุบันเป็นอย่างไร อนาคตดอกเบี้ยจะขึ้นอีกหรือไม่ สหกรณ์มีนโยบายเกี่ยวดอกเบี้ยอย่างไร

         เหตุผลที่สหกรณ์ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยมีสาเหตุสำคัญ ดังนี้

ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก

     ปัจจัยภายนอกเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุด เป็นต้นธารของสาเหตุอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องต่อกันมาเป็นลูกโซ่ ทั้งจาก สงครามอิรัก การขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด อย่างมหาศาลของสหรัฐอเมริกา การเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจในอัตราสูงของจีนต่อเนื่องกันหลายปี ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น การเก็งกำไรในตลาดน้ำมันของโลก ค่าเงินดอลล่าร์ลดต่ำลง เงินหยวนแข็งขึ้น ราคาน้ำมันแพงขึ้นทั่วโลก เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของโลกเริ่มสั่นคลอน ประเทศมหาอำนาจเริ่มเข้มงวดกับนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของตน

      เริ่มจากธนาคารกลางสหรัฐ(Fed Funds Rate) ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องกันกว่า 14 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2547จากต่ำสุด 1% ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.75%
     ธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นอัตราดอกเบี้ยซื้อคืน ในตลาดพันธบัตร หรือ Repurchase Market Rate (R/P Rate) จาก 2% กว่าต่อเนื่องกันนับ 10 ครั้ง เป็น 4.75% เพื่อให้ใกล้เคียงกับธนาคารกลางสหรัฐ และเพื่อป้องกันเงินทุนไหลออกจากประเทศ
     ในขณะที่ผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ถึงเศรษฐกิจภายในประเทศของไทย ราคาน้ำมันเพิ่มจากลิตรละ 12 บาทต่อเนื่องล่าสุดเกือบลิตรละ 30 บาท ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว รายได้ส่งออกน้อยลง สินค้าเกษตรส่งออกเราขาย ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง กุ้ง รวมกันแล้วทั้งปี เราซื้อน้ำมันใช้ในประเทศได้เพียง 6 เดือน นอกจากอัตราเงินเฟ้อล่าเดือนเมษายนสุดสูงถึง 6% รวมทั้งความผันผวนจากความขัดแย้งทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล การลงทุนชะลอตัว ธนาคารแห่งประเทศไทยออกพันธบัตรรัฐบาล เพื่อไถ่ถอนหนี้เก่าโดยกำหนดผลตอบแทนที่สูงขึ้น สภาพคล่องทางการเงินลดลง
     ผลกระทบเริ่มต่อเนื่องถึงตลาดเงินอย่างชัดเจน

ธรรมชาติการไหลของเงิน

     เราชาวป่าไม้อาจคุ้นเคยกับธรรมชาติของน้ำ แต่ธรรมชาติการไหลของเงินนั้น แตกต่างจากน้ำอย่างชนิด ตรงข้ามกันเลยทีเดียว

     น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ แต่..
     เงินไหลจากผลตอบแทนที่ต่ำ ไปสู่ผลตอบแทนที่สูงกว่า


     เมื่อมีการขยับตัวจากปัจจัยลบภายนอก ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและการเมือง เข้าทำนอง เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ย่อมส่งผลกระทบถึงการไหลเวียนของตลาดเงินภายในประเทศอย่างชัดเจน
ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ของไทย เริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของตนอย่างต่อเนื่อง สงครามดอกเบี้ยเงินฝากเริ่มปรากฏภาพชัด เดือนมีนาคม 2549 ธนาคารปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากถึง 3 ครั้งภายในเดือนเดียว

      ธนาคารกรุงเทพให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 10เดือน 5.125% (หักภาษีแล้วเหลือ 4.675%) ดูดซับเงินฝากไปได้นับแสนล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน 5.50% (หักภาษีแล้วเหลือ 4.356%) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ต่างปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินเพื่อแย่งเงินฝากกันอย่างถ้วนหน้า โดยให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนขั้นต่ำ 4.75% และธนาคารเกิดใหม่อย่าง ทิสโก้ เกียรตินาคิน และธนชาติ ออกเคมเปญใหม่ กำหนดให้ดอกเบี้ยเงินฝาก ปลอดภาษีดอกเบี้ยถึง 5.50% แต่มีเงื่อนไขว่าถ้าถอนก่อนกำหนดจะได้ดอกเบี้ยเพียง 0.75% และถ้าถอนก่อน 3 เดือนจะไม่ได้ดอกเบี้ยเลย

      เมื่อปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว ทำให้ต้นทุนการเงินเพิ่มสูงขึ้น ธนาคารต่าง ๆ ล้วนต้องปรับเพิ่มอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดีต่ำสุด 8.00% สูงสุด 12.50% ถึง 21.25% อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต 18.00% และอัตราดอกเบี้ยกรณีผิดนัดของบางธนาคารสูงสุดถึง 27.00%

      จากการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร และสถาบันการเงินต่าง ๆ ทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตาม

      สำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ของเรา จึงมีความจำเป็นต้องปรับตัว ปรับอัตรา ดอกเบี้ยทั้งเงินฝาก และเงินกู้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเงิน ที่ปรับตัว อย่างรวดเร็ว
      

       เราคงจะต่อว่าสมาชิกผู้ฝากท่านใดมิได้ หากสหกรณ์ไม่ยอมปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มให้ทันกาล และสมาชิกต้องถอนเงินออกไปจำนวนมาก เพื่อหาแหล่งฝากที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า เว้นแต่ว่าเราเชื่อว่าเรา คือผู้ที่ฝืนธรรมชาติได้ตลอดกาล

       ในสภาวะสภาพสิ่งแวดล้อมที่ปรับเปลี่ยนไป ผู้ที่จะอยู่รอดได้จึงต้องรู้จักปรับเปลี่ยนให้ทันสถานการณ์ คงจะไม่น่าเกินเลยนัก หากจะกล่าวว่าทั้งนี้สอดคล้องกับ ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (The Theory of Natural Selection) ของดาร์วิน ที่ว่าผู้ที่ปรับตัวได้มากกว่า แข็งแรงกว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ที่ปรับตัวช้าอ่อนแอกว่าก็อาจพ่ายแพ้ไป

      แต่เราเป็นมนุษย์สังคมที่ยึดมั่นในเรื่องอุดมการณ์ของความพอเพียง ในหลักการของสหกรณ์ นั่นต้องทำให้เรา ต้องตั้งคำถามบางครั้งว่า เราจำเป็นหรือไม่ที่จะปรับตัวให้กับสถานการณ์ ของสังคมโลกตลอดเวลา ต้องหมุนตัว ให้ทัน เพียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎ ที่ว่าผู้แข็งแรงย่อมอยู่รอด
      สหกรณ์น่าจะวางตัวอยู่นตรงจุดนั้นของสังคมซะทุกอย่างหรือเดินไปในเส้นทางที่มั่นคงแต่พออยู่รอด หรือจะต้องแข่งขันกันดุเดือดกับสถาบันอื่น ๆ ข้างนอกเพื่อรักษาสมาชิกไว้ ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับมวลสมาชิกทั้งสิ้น
ในวันนี้ เสียงสะท้อนจากสมาชิกเป็นส่วนสำคัญ เราตระหนักว่าเราจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันสถานการณ์ แต่อนาคตเราเชื่อมั่นว่าเมื่อทุกอย่างเดินไปในทางที่ควรเป็น เราจะยังมีเป้าหมายเช่นเดิม นั่นคือชีวิตที่พอเพียง

บริหารด้วยหุ้นเพียงอย่างเดียว ไม่อาศัยเงินฝากได้หรือไม่?

      สมาชิกบางท่านอาจมีข้อสงสัยว่า การขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากเป็นการ “เอาใจผู้ฝาก” และ “ไม่เห็นใจผู้กู้” ใช่หรือไม่ ข้อเท็จจริงก็คือ “ไม่ใช่” สมาชิกบางท่านอาจคิดว่า ถ้าจะต้องปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อไล่หนีดอกเบี้ยเงินฝากต่อไป เรื่อยๆเช่นนี้จะไหวหรือ? สหกรณ์ของเราไม่ต้องอาศัยเงินฝากได้หรือไม่ บริหารด้วยทุนเรือนหุ้นอย่างเดียวก็พอ หุ้นก็มีมากมายเป็นพันล้านบาท

      คำตอบก็คือ ถ้าเห็นใจผู้กู้เราจะบริหารด้วยหุ้นอย่างเดียวไม่ได้

       เพราะถ้าบริหารด้วยหุ้นอย่างเดียว สหกรณ์จะปล่อยเงินกู้ให้แก่สมาชิกได้ทุกประเภทรวมกันไม่เกิน 15 เท่าของเงินเดือน ในขณะที่ปัจจุบันสหกรณ์ให้สมาชิกกู้สูงสุด 25 – 30 เท่าเงินเดือนแล้วแต่ประเภทเงินกู้ กู้ฉุกเฉินอีก 1 เท่า และเงินกู้พิเศษสินเชื่อวนาเคหะอีกไม่เกิน 3 ล้านบาท ตามราคาประเมินหลักทรัพย์ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

       จากข้อมูลปัจจุบันสหกรณ์ปล่อยเงินกู้ให้แก่สมาชิกรวม 3,090 ล้านบาท และความต้องการเงินกู้ยังเพิ่มขึ้น ทุกเดือน ในขณะที่ทุนเรือนหุ้นของสมาชิกรวมกัน 1,681 ล้านบาท เราจึงต้องอาศัยเงินฝาก เงินกู้จากภายนอก และเงินทุนต่างๆ อีกไม่น้อยกว่า 1,400 ล้านบาทเพื่อตอบสนองความต้องการเงินกู้ของสมาชิก

        ความเดือดร้อนของสมาชิกที่ไม่มีเงินกู้ในช่วงเปิดเทอม นั้นมีมากกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 สตางค์

        สมาชิกบางท่านอาจข้องใจต่อไปว่า ถ้าไม่อาศัยเงินฝาก ให้สหกรณ์กู้จากที่อื่นมาปล่อยให้สมาชิกได้หรือไม่?

         คำตอบคือ ดอกเบี้ยเงินกู้จากภายนอก สูงกว่าเงินฝากสมาชิก และกู้ได้จำนวนเงินและระยะเวลาจำกัด
ปัจจุบัน ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ (ชสอ.) ให้ดอกเบี้ยเงินกู้แก่สหกรณ์ต่าง ๆ 6.00% และปัจจุบันไม่มีเงินให้กู้ สหกรณ์ไหนจะกู้จะต้องรอคิวกู้นานหลายเดือน

         ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ให้เงินกู้สหกรณ์ดอกเบี้ย 5.50% ถึง 6.50% แต่กู้ได้จำนวนเงินจำกัดเพียงหลัก 100 ล้านบาท และชำระคืนระยะสั้นภายในไม่เกิน 6 เดือนจะเห็นว่าเงินฝากออมทรัพย์พิเศษซึ่งเป็นเงิน ก้อนโตที่สุด ของสหกรณ์ปัจจุบันอัตรา 5.00% แม้ว่าจะเป็นอัตราที่สูงกว่าธนาคารทุกแห่งเนื่องจากไม่ต้องเสียภาษี แต่ก็ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้หรือเงินทุนจากภายนอก ซึ่งทำให้สหกรณ์กำหนดดอกเบี้ยเงินกู้ได้ต่ำกว่า

ต้นทุนเงินระหว่างหุ้นกับเงินฝาก

     เมื่อเราทราบว่า ต้นทุนเงินฝากต่ำกว่าเงินทุนหรือเงินกู้ภายนอก ทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำลง
     หากพิจารณาต่อไปว่า ต้นทุนของเงินหุ้นกับเงินฝากอย่างไหนสูงกว่า สมาชิกทุกท่านย่อมทราบดีว่า เงินหุ้นต้นทุนสูงกว่า เพราะอัตราเงินปันผลย่อมสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเสมอ ปีที่แล้วเงินฝาก 4.00% เงินปันผล 5.25%

      เนื่องจากทุนเรือนหุ้นเป็นการออมระยะยาว สมาชิกจะถอนไม่ได้ นอกจากการลาออกอย่างเดียว ส่วนเงินฝากถอน เมื่อใดก็ได้ ตามหลักการนี้ทุนเรือนหุ้นจึงควรได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากเสมอ เช่นเดียวกับเงินฝากประจำ 2 ปี หรือ 3 ปี ย่อมดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์เสมอ

      ถ้าเงินหุ้นจำนวนมากกว่าเงินฝากเท่าใด ย่อมทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและดึงให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงตามไปด้วย

       เมื่อปี 2539 สหกรณ์มีเงินฝาก 277 ล้านบาท ทุนเรือนหุ้น 283 ล้านบาท ถ้าคิดเป็นสัดส่วน เงินฝาก : ทุนเรือนหุ้น เท่ากับ 1 : 1.02 หรือเงินฝาก 1 ส่วน เงินหุ้น 1.02 ส่วน ทุนเรือนหุ้นมากกว่าเงินฝาก

       ปี 2549 เดือนมีนาคมเรามีเงินฝาก 1,407 ล้านบาท หุ้น 1,681 ล้านบาท หรือเท่ากับเงินฝาก 1 ส่วนเงินหุ้น 1.19 ส่วน แสดงว่าเงินฝากเพิ่มในอัตราส่วนที่น้อยกว่าทุนเรือนหุ้น ต้นทุนการเงินจึงสูงขึ้นเล็กน้อย

        จะเห็นว่าโครงสร้างการเงินของเรายังไม่ได้เปลี่ยนแปลง เราควรระดมเงินฝากเพิ่มขึ้น จัดโครงการให้สมาชิกฝากเงินเพิ่มขึ้นต่อไปอีกอย่างจริงจัง

         ถ้าเงินฝากเราเพิ่มมากขึ้นกว่าเงินหุ้นเท่าใด ก็จะช่วยทำให้ต้นทุนการเงินของเราต่ำลง ในระยะยาวจะช่วยดึง ดอกเบี้ยเงินกู้ให้ต่ำลงได้มากขึ้นเท่านั้น

สมดุลแห่งการกู้และการออม

      ในที่สุดแล้วจะเห็นว่า การบริหารงานสหกรณ์แล้ว ควรจะต้องเป็นไปตามหลักการและอุดมการณ์สหกรณ์ คือ การส่งเสริมการออมทรัพย์ ส่งเสริมให้สมาชิกช่วยตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

       สหกรณ์ส่งเสริมการออมทรัพย์ โดยให้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าธนาคาร สมาชิกผู้ฝากได้รับประโยชน์ ในขณะเดียวกัน สมาชิกผู้กู้ได้รับเงินกู้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และใช้จ่ายตามความจำเป็น ในอัตราดอกเบี้ย เงินกู้ต่ำกว่าธนาคาร และอนุมัติเงินกู้รวดเร็วกว่าธนาคาร

        ยิ่งมีสมาชิกมาฝากเงินกับสหกรณ์มากขึ้นเท่าใด ก็จะช่วยทำให้ต้นทุนเงินต่ำลง ดอกเบี้ยเงินกู้ก็จะลดต่ำลง ได้มากขึ้นเท่านั้น

         ในขณะเดียวกันหากสหกรณ์เพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากให้สูงขึ้น ก็จะช่วยทำให้สมาชิกมาฝากเงินมากขึ้น ตามหลักเงินไหลจากผลตอบแทนที่ต่ำไปสู่ที่สูง ถ้าเงินฝากมากขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ก็ต่ำลงได้

          เรียกได้ว่า น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า

         หากสหกรณ์ปล่อยเงินกู้ให้แก่สมาชิกมากเกินไป โดยไม่คำนึงถึงความจำเป็น สมาชิกอาจนำเงินกู้ไปใช้ อย่างสุรุ่ยสุร่ายมากขึ้น หากเงินฝากที่เข้ามายังไม่เพียงพอให้สมาชิกกู้ สหกรณ์จะต้องไปกู้เงินทุนภายนอก มาให้สมาชิกกู้มากขึ้น เงินกู้ภายนอกดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝาก ต้นทุนสูงกว่า จะช่วยดึงให้ดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มสูงขึ้น เท่ากับว่าเงินกู้ที่ไม่ค่อยจำเป็นหรือฟุ่มเฟือยช่วยดึงให้ ดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น เงินกู้เพื่อการศึกษา เงินกู้ประกอบอาชีพเสริมที่ช่วยเพิ่มรายได้ หรือเงินกู้ตามวัตถุประสงค์อื่น ๆ สูงขึ้นตามไปด้วย

       ดังนั้นสหกรณ์จึงควรสร้างสมดุลระหว่าง
       เงินฝาก - เงินกู้
         ผู้ฝาก – ผู้กู้
         การสร้างวินัยการออม – การส่งเสริมเงินกู้


       การกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินฝากจึงต้อง มีเหตุผล เป็นธรรม ทั้งผู้กู้และผู้ฝาก

      การตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการดำเนินการ จึงอยู่บนพื้นฐานของการคำนึงถึงสมาชิก ทุกฝ่าย ทั้งผลประโยชน์ของผู้ฝาก ผลกระทบต่อผู้กู้ และความรับผิดชอบต่อสหกรณ์

      หากไม่มีความจำเป็นใด ๆ สหกรณ์ก็จะไม่ปรับอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้อีก เนื่องจากเกรงว่าสมาชิก ผู้กู้จะได้รับผลกระทบ แต่หากมีความจำเป็นก็จะปรับให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

       แต่ไม่ว่าสถานการณ์การเงินของประเทศต่อไปจะเป็นอย่างไร ตามแผนกลยุทธ์ของสหกรณ์และนโยบาย ของคณะกรรมการดำเนินการกำหนดไว้ว่า

       อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สหกรณ์จะต้องต่ำกว่าธนาคาร และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะต้องสูงกว่าธนาคาร

       คณะกรรมการดำเนินการ จึงมีการติดตามสถานการณ์การเงินอย่างใกล้ชิด และสำรองเงินทุนไว้เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนแก่สมาชิกผู้กู้อย่างเพียงพอความต้อง โดยไม่ต้องรอคิวการกำหนดเงินกู้ตามวัตถุประสงค์ ประเภทใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สมาชิกต่อไป รวมทั้งดำเนินงานในด้านต่างๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคง ทางการเงินของสหกรณ์ให้ยั่งยืนตลอดไป



 
 
   
เข้าสู่ระบบสหกรณ์ออนไลน์
ลงทะเบียนสหกรณ์ออนไลน์

อัตราดอกเบี้ย(%ต่อปี)
 อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2551
ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์  3.75
ออมทรัพย์พิเศษ        4.00
อเนกประสงค์             3.75
อออมทรัพย์พอเพียง   4.00
เกษียณเปี่ยมสุข         4.25
 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2551
ดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉิน
เงินกู้ฉุกเฉิน             6.80
ดอกเบี้ยเงินกู้สามัญ
สามัญทั่วไป               6.80
สามัญสงเคราะห์ภัย    1.00
สามัญประหยัดพลังงาน5.90
สามัญคุ้มครองชีวิต     5.90
สามัญเพื่อการศึกษา   3.95
สามัญเพื่ออาชีพเสริม  5.70
สามัญคอมพิวเตอร์      5.55
ดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ
สินเชื่อวนาเคหะ       4.50
(คงที่ 2
ไม่มีเงินเฉลี่ยคืน)
สินเชื่อวนาเคหะ        6.10
(ปีที่3 เป็นต้นไป
)
ใช้เงินฝากค้ำประกัน 5.50
ใช้หุ้นค้ำประกัน        6.80
บัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์
กรมป่าไม้ จำกัด
ธ.กรุงไทย จำกัด
039-1-17608-0
ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด
053-2-14314-6

เว็บไซต์ที่ต้องการลิ้งค์
มายังเว็บของเรากรุณา
Save as รูปด้านล่าง
หรือนำโค๊ดด้านล่างไป
ใส่ในเว็บท่าน

© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ 2544 - 2550 สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด : ตู้ปณ. 169 ปทจ. จตุจักร , กรุงเทพมหานคร ฯ 10900
โทรศัพท์  02-579-7070   โทรสาร  02-579-9774   E-mail : forestcoop@gmail.com