ในอ้อมกอดแห่งภูผาและพงไพร
บันทึกเยาวชนคนรักป่า
ค่ายเยาวชนสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด
20 - 22 ตุลาคม 2544 ณ อทุยานแห่งชาติเขาใหญ่
หิรัญญิการ์
|
 |
|
| |
วันวานฝนฟ้าคึกคะนอง สายฟ้าวิ่งเล่นสนุกสนานอยู่เบื้องบน
เริงร่า คล้ายจะ ท้าทายความมั่นใจต่อวันรุ่ง ซึ่งบรรจุทางสายปรารถนาที่เฝ้ารอคอยมาเนิ่นนาน
....อดหวั่นไหวแต่ก็ไหนๆ ลุยละ!
20
ตุลาคม 2544 ฟ้ายามเช้าโปร่ง ใสแจ่มกว่าวันไหน ๆ อารมณ์ผู้มา
พ่อแม่ พี่น้อง ลูก ๆ หลาน ๆ
ชาวสหกรณ์พลอยคึกคัก ในที่สุดการผจญภัยในป่ากว้างก็เป็นจริง ถึงสหกรณ์กรมป่าไม้จุดนัดพบ
และเป็นองค์กร
ที่จะพาทุกคนก้าวเดินไปสู่อ้อมกอดของพงไพร..ในครั้งนี้ คนสหกรณ์บอกว่าริเริ่มค่ายธรรมชาตินี้เป็นโครงการ
นำร่องครั้งแรก และหากได้ผลดี ก็จะดำเนินการขยายผลอีก เพื่อให้เยาวชนทั้งประเทศได้มีโอกาสสัมผัส
พร้อม
ทั้งคาดหวังนิด ๆ ว่าจะมีนักอนุรักษ์น้อยจุติบ้าง ค่ายนี้จึงมิเพียงเป็นความเอื้ออาทรต่อลูกหลานสมาชิกแต่ยังแผ่
ลึกไปยังเพื่อนธรรมชาติ อันไกลโพ้นอีกด้วย ในความเบิกบานใจยังเจือความดื่มด่ำซาบซึ้งในสิ่งที่รับรู้
...
|
แม้ไม่รู้จักใคร ลงทะเบียนเสร็จ
เตร็ดเตร่สังเกตการณ์
มีทั้งตัวเล็กตัวน้อย แต่ละยังคนประหม่า เคอะเขิน บาง
คนแม้โตแล้วก็ยังคงกอดยึดพ่อแม่ไม่ห่าง
เจ้าหน้าที่
ยิ้มแย้มสองแก้มใส คงจะรู้ว่า พวกเราใหม่จัด
ซัก
พักพี่ ๆ ผู้ชายแต่งตัวพรางลายกวาง เรียกแถว จัดกลุ่ม
บอกเล่ากติกา ฟังประธานสหกรณ์ ให้โอวาท หลังจาก
นั้นพวกเราก็กลายเป็นกลุ่มยุวชนร่วม 60 ชีวิต ที่พร้อม
เดินทางในเวลา 9.00 น. เฮฮาประสานักเดินทาง หน้า
ใหม่ที่คละเคล้าอายุจาก 10 - 15 ปีกลายเป็น 12 ปีที่
เท่ากัน ที่ยังไม่รู้จักก็เริ่มคุ้นก็ด้วยกลเกมของบรรดาพี่
เลี้ยงนี่แหละ.. |
|
|
|
หนึ่ง
สาวน้อยมาดมั่น จากสาธิตเกษตร เป็นเพื่อนคนแรกที่รู้จัก เธอเล่าว่าแม่เป็นสมาชิกสหกรณ์
พอเห็นใบ
สมัคร ความที่อยากเดินป่ามานาน จึงไม่ลังเลใจซักนิด ป่าเป็นอะไรที่ห่างไกล
ยากสัมผัส เป็นความท้า
ทาย เธอจึงมาที่นี่ ขณะที่ นินจา เพื่อนใหม่ตัวน้อยนิดพูดจาฉะฉาน
แรกๆไม่ค่อยอยากมานัก แต่แม่บอกว่า
โอกาสยากมากที่จะได้มา (แถมฟรีอีกต่างหาก) ก็เลยไม่มาไม่ได้แล้ว
นีร เงียบ ๆ ไม่ค่อยชอบคุยกับใคร แต่เริ่ม
คึกคักเมื่อมีเพื่อนอย่าง ไผ่ ที่ประมาณว่าชอบต่อยหอย
ชวนคุยไม่หยุด หลายคนที่นั่งคู่ก็เริ่มถามไถ่ถึงที่มา แต่เวลา
มักเดินทางเร็วเสมอในยามสนุก ชั่วลัดนิ้วมือสองข้างทางที่เป็นป่าคอนกรีตก็กลับกลายเป็นป่าทึบ
เส้นทางเรียบ ๆ
เริ่มวกวนขึ้นๆ ลง ๆ ข้างทางเริ่มมีจอมทะโมนน้อย ลิงไง ให้เห็นเป็นระยะ
เป็นสัญญาณว่าพวกเราเข้าสู่เป้า
หมายแล้ว ...ไชโย
แม้ไม่หิวนักเพราะพี่เลี้ยงแจกขนมนมเนยล่อซะเพียบ
พอถึงที่ทุกคนก็เรียบวุธกับข้าวเที่ยงมื้อแรกใจกลาง
ป่าเขาใหญ่ ก่อนจะพบสัมผัสแรกของอารมณ์
กับลมหายใจชุ่มปอด สายลมเย็นพลิ้วไหวผ่าน
เนียนนุ่มในหัวใจนัก นี่หรือคือป่าเขา...เสียงจากพี่เลี้ยงให้เก็บข้าวของส่วนตัว
ทำให้ตื่นจากภวังค์
กิจกรรมค่ายจะเริ่มอีกทีบ่ายโมง ระหว่างพักนั้น แว่วเสียง แนน
ม.3 จากสวนกุหลาบนนท์ เด็กสาวผมสั้น
ตาสวยเปล่งปลั่งสมวัยทีนเอจ ที่พกพาความเชื่อมั่นมาเต็มเปี่ยม
คุยถึงการมาสัมผัสป่าครั้งนี้ แนนเชื่อว่า
การสัมผัสป่าที่แท้จริง ต้องมาเดินป่า
ถึงมาเข้าค่ายกับโรงเรียนก็คงไม่ได้อย่างนี้ มาเที่ยวกันเอง
ก็เป็นรูปแบบธรรมดาๆ แนนว่าแนนโชคดีที่มีพ่อแม่เป็นสมาชิกสหกรณ์
ทำให้ได้รับโอกาสนี้
|
 |
ระเบียบวินัยเริ่มที่บ้าน
เพียงวันนี้..บทเรียนชีวิตนอก
บ้านเริ่มขึ้น ทดสอบชีวิตน้อย ๆ ที่ห่างไกลพ่อแม่ เสียง
เพลง จากป่าเริ่มก้องกังวาน ชีวิตรวมหมู่ต้องพร้อมพรัก
หลายคน รู้กฎเกณฑ์ดี หลายคนยังเรื่อยๆ แต่ก็พร้อม
พรึบเมื่อยินเสียงเรียก "ยุวชน"
จาก พี่โต้ง (จิระเดช
บุญมาก) จากอุทยานแห่งชาติ แม่ปิง นำทีมพี่เลี้ยงจาก
ป่าอุทยานแห่งชาติ หลาย ๆ ที่รวมพล มาเพื่องานนี้
โดยเฉพาะ บ่ายย่ำค่ำคืน เป็นกิจกรรมสร้างสัมพันธ์
บอกเล่าที่มาของค่าย โลกและวิวัฒนาการของชีวิต สัตว์
ป่าจากภาพ คนสหกรณ์มาเสริมเติมความรู้เรื่องสหกรณ์
|
|
แต่ดูเหมือนใจผู้ฟังจะจดจ่อกับการผจญภัยในป่ากว้างของจริงใน
วันพรุ่งมากกว่า พอถึงช่วงการเตรียมตัวเดินป่า
หูแต่ละคนก็ตั้งชันกันโดยอัตโนมัติ มิพักให้พี่เลี้ยงต้องหาวิธีมากล่อมให้ฟัง
ฝันดูจะค้างเติ่งไปนิด เมื่อป่านั้นมีทาก
น้อยเป็นเจ้าบ้าน จะคอยมาต้อนรับแขก ผู้มาเยือนด้วย (อิๆๆ) หลายคนชักปอด
แต่ก็สู้ (เอาวะฮือๆๆๆ) ไม่ใช่เสือนี่
นา ค่ำคืนนั้นเชื่อว่าคงมีหลายคน ฝันเห็นทากเพื่อนน้อยตัวจ้อยกระจิดริด
|
21
ตุลาคม 2544 ฟ้ายังไม่ทันสางดี
ได้เวลา รวมพลยุวชนคนไกลบ้าน โกลาหลเล็กน้อย
เพราะเช้านี้พวกเรา นัดพบนกน้อยและพรรณไม้
พี่
เลี้ยงของทั้งสหกรณ์และ อุทยานคอยเราอยู่ เรามีกัน
สี่กลุ่ม แยกย้ายกันไป กลุ่ม 1-2 ดูนก กลุ่ม 3-4 เยี่ยม
บ้านต้นไม้ ลมหนาวกระชับโอบรอบตัว สูดอากาศสด ๆ
ผ่านลมหายใจลึกๆ ต้นไม้ใบหญ้าไหวลู่ล้อสายลมเย็น
อารมณ์ใส ๆ จู่ ๆ ก็บังเกิด มันเป็นเช่นนี้เอง....พี่เลี้ยง
อธิบายวิธีการดูนกและพันธุ์ไม้ เพลิดเพลินกับสิ่งใหม่ๆ
ที่ไม่เคยพานพบ หากพานพบก็ไม่ได้ใจใส่ ผ่านแล้วก็
ผ่านไป |
 |
|
เพราะเป็นสิ่งฉาบฉวยนักในเมืองใหญ่
ทว่าครานี้ผิดกัน ความละเอียดอ่อนซึมซาบอย่างไม่เคยเป็นมา ก่อน
เสียง
เพลงชีวิตสัมพันธ์ ที่ขับขานจากเมื่อคืน ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในหัวใจ
สัตว์ป่าแม้พืชพรรณ ต่างมีสิทธิ์มีชิวิตใน
โลกใบนี้พอ ๆ กับมนุษย์ ความสมดุลของธรรมชาติ
เป็นสิ่งชอบธรรม เตือนมนุษย์คนเมืองอย่างเรา ๆ ว่าไม่มี
สิทธิ์รุกรานเลย พระอาทิตย์ผ่านพ้นเหลี่ยมเขายิ้มปากกว้าง บ่งบอกสัญลักษณ์วันใหม่
และการเยือนป่าที่แท้จะ
เริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า..ระทึกแฮะ |
 |
เวลานั้นก็มาถึง
9.30 น. นักเดินป่าตัวน้อย กระฉับกระเฉง
ในชุดกันทาก พี่โต้งให้ทุกคนรับข้าวปลา น้ำดื่ม ใส่เป้ ก่อน
ย่างเท้าก้าวสู่ดงป่า พี่โต้งบอกต้องเล่นเกมใจเขาใจเราไม่งั้น
ไปเดินไม่ได้ โดยให้ทุกคนหันไป หยิกเพื่อนใกล้ตัวสุดแรง
จะได้รู้รสชาติความเจ็บปวด ที่ถูกกระทำและหากไปกระทำ
เขา เพราะฉะนั้นเข้าป่า ข้างหน้าห้ามเด็ดใบไม้จ้า หะแรกก็
งงๆ ตอนนี้เลยซึ้ง แต่ก็ครึกครื้นเจ็บ ๆ คัน ๆ ดีเนาะ..
การ
เดินป่าเพื่อเยี่ยมเยียนธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ (ในสายตาเรา)
|
|
|
พี่เลี้ยงอยู่หัวท้ายขบวน กลุ่ม
1 - 2 ไปด้วยกัน กลุ่ม 3 - 4 ตาม
มาติดๆ จุดปล่อยเสือเอ๊ยแมวน้อยเข้าป่าเป็นดงหญ้าสูง
ถ้าเด็ก
ประมาณ 12 - 13 หน่อยก็ท่วมหัวละ ทางสายเรียบ ๆ ค่อย ๆ
ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เมื่อเข้าป่าสิ่งที่ได้รับรู้จากพี่เลี้ยงคือพูดให้
น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนสรรพสิ่งในป่า เราเป็นเพียงผู้มา
เยือน ชั่วครู่ยามเท่านั้น ป่าไม่ควรตื่นเพราะเรา เส้นทางเริ่ม
ชัน ขรุขระ เจิ่งนอง ลื่นแฉะในบางที่ น้องทากเข้าแถวมาทัก
มาทายเป็นระยะ ปีนป่าย มือต้องจับต้นไม้ให้มั่น เท้าวางให้
หนักแน่นแล้วจึงก้าวย่าง ในบางครั้งจากไต่ขึ้นก็ต้องไต่ลง
ผ่านเส้นทางเล็ก ๆ แคบ ๆ ลงห้วยน้ำใส ๆ ในบางคราข้าม
โขดหิน ต้นไม้ใหญ่เล็กที่ล้มพาดขวางเหมือนเป็นใจให้เรา
ก้าวเดินได้ ตื่นเต้นและเหนื่อยอ่อน บางคนลื่นล้ม แต่ก็มีเสียง
หัวเราะคิกคักสนุกสนานเล็ดลอด ดังก้องในแนวไพร
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |