|
ชายหนุ่มนักเดินทาง... เพื่อนเมื่อ
ครั้งเยาว์วัย จากกันมา เนิ่นนาน แล้ว วันหนึ่ง มีเส้นทางให้มา
บรรจบ กันอีก ครั้ง ร่วมสุขร่วมทุกข์ บนเส้นทาง สายการศึกษาและการงาน
ทว่าชีวิต ที่กำลังรุ่งโรจน์ ก็พลันจบดับ เมื่อว้น สิ้นปีของปีหนึ่ง
เพียงวัยที่ เปลี่ยนเป็น เลขสามพอดี กับการเดิน ทางเช่นเคย ทิ้งรอยหมองหม่นให้กับ
ครอบครัว และความยากลำบาก ที่ไม่เคยนึกฝัน มาก่อน ของครอบครัว
จนกระทั่ง ทุกวันนี้..เพื่อนเอ๋ย
ใครเล่าจะล่วงรู้
ในยุคที่หลัก ประกันของชีวิต ยังไม่เฟื่องฟู ในคืนวันที่อนาคต
เรืองรองอยู่ข้าง หน้า ใครเล่าจะนึกฝัน
หลวงพ่อชา
สุภัทโท สอนสั่งมาชั่วชีวิต ว่า
"อะไร ๆ ก็ไม่แน่"
คืนที่สว่างสุกใส ด้วยดวงดาว
ไม่กี่ชั่วยามคล้อย กลับพลันมืดมิด
ด้วยเมฆฝนและพายุ
นับประสาอะไร
กำลังยิ้มหัว ก็เกิดชะงักค้าง บ้างเส้นเลือดสมอง อาจแตกกระจุยกระจาย
บ้างเพียง ช่วยเหลือผู้อื่น อย่างป่าไม้หนุ่ม กลับถูกน้ำป่าพัดชีวิต
จากไปชั่วนิรันดร (แต่ยังพอเป็นความหวัง ในยามโชค ร้าย ของครอบครัว
ที่เขาทำประกัน ชีวิตกับสหกรณ์ไว้ จึงได้รับเบี้ยประกัน ถึง
450,000 บาท)
การตระหนักถึงชีวิต
ความเป็น ไป ความรอบคอบ ความห่วงใยจากใจ ความรักที่แท้ต่อผู้
อันเป็นที่รัก
ยามเมื่อเราต้องเดินทางจากไปอย่าง โดดเดี่ยว
พร้อมกับบทเรียนของเพื่อน ที่ทิ้งไว้... ทำให้... เมื่อวันหนึ่งที่ชีวิต
เอื้อ ต่อการเรียนรู้ การมีโอกาสทั้งต่อ ตัวเองและผู้อื่น การแนะนำและชี้แนะ
เรื่องราวเหล่านี้ จึงต้องกระทำ เพื่อว่า ชีวิตที่รักและห่วงหา
จะได้อยู่อย่าง มีหลักประกัน ไม่ลำบากจนเกินไปนัก ในยุคที่อะไร
ๆ ก็ไม่แน่
การทำประกันชีวิต
ในรูปแบบ ใดๆ จึงเป็น การเสียสละ ของผู้ที่จะ จากไปอย่างแท้จริง
สะท้อนการให้ ที่ไม่หวังผลตอบแทน เพื่อตัวเองเลย แม้แต่นิด เป็นความห่วง
เป็นความรัก และเป็นการให้ที่แท้....
สหกรณ์ไม่เพียงตระหนัก
หาก ลึกซึ้งบนความเข้าใจ วิถีชีวิต อย่าง แท้จริง โครงการ "คู่ขวัญนิรันดร"
จึงเกิดแตกหน่อ ขยายผลจากเดิม เป็นโครงการที่ ช่วยประกันความ
มั่นคง ให้กับครอบครัวสมาชิก ในวงเงินประกัน ที่ได้รับที่มากขึ้น
เท่าตัว.....
พลาดไม่ได้แล้วนะจะบอกให้
สนดินสอ
|