บริการเงินฝาก
    ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์
    ออมทรัพย์พิเศษ
 บริการเงินกู้
    เงินกู้ฉุกเฉิน
    เงินกู้สามัญ     เงินกู้พิเศษ
 ทุนเรือนหุ้น
  CO-OP Phone
  สวัสดิการสมาชิก
  การประกันชีวิต
  ระเบียบสหกรณ์
  ข้อบังคับสหกรณ์
  พ.ร.บ. สหกรณ์
  ข่าวสหกรณ์
     ภาพข่าว
     ข่าวบริการ
  บทความที่น่าสนใจ
  ผลการดำเนินงาน
  สมัครเป็นสมาชิก
  ผู้ได้รับทุนสวัสดิการ
  การบริหารสหกรณ์
     หลักการสหกรณ์
     โครงสร้างองค์กร
     ผู้แทนสมาชิก
     กรรมการดำเนินงาน
     ฝ่ายจัดการ
     รายงานกิจการ
  ประวัติความเป็นมา
     การจัดตั้งสหกรณ์
     คณะกรรมการชุดต่าง ๆ
  คำถามจากสมาชิก


ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
 อัตราดอกเบี้ยธนาคาร

 กรมป่าไม้

 กรมส่งเสริมสหกรณ์

 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์

 กรมที่ดิน

 ธนาคารแห่งประเทศไทย

 ดอกเบี้ยอ้างอิง ธปท.

 ป.ป.ง.

 กระทรวงเกษตรฯ

 ธ.ก.ส.

 ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์

 สันนิบาตสหกรณ์ฯ

 สนง.เศรษฐกิจการเกษตร

 ค้นหาสหกรณ์

 

 

 ปรับโครงสร้างกรมป่าไม้ใหม่ กระทบต่อสหกรณ์อย่างไร

 
 


ถาม
เรียน ผู้จัดการสหกรณ์
        
ดิฉันเป็นสมาชิกสังกัดสำนักวิชาการป่าไม้ มีความสงสัยว่า การปรับปรุงโครงสร้าง ของกรมป่าไม้ หน่วยงานที่จะต้องย้ายไป สังกัดกระทรวงใหม่ จะมีผลกระทบต่อสหกรณ์ ของเราหรือไม่อย่างไร ช่วยแถลงให้หายสงสัยด้วยนะคะ
                                                                                                ขอบคุณค่ะ
                                                                                              สมาชิก สอ.ปม


ตอบ    
ปัญหาข้อนี้ ผมคิดว่าคงมีสมาชิกอีกหลายท่าน ไม่เพียงแต่เฉพาะสังกัดสำนักวิชาการ สงสัยและ ค้างคาใจอยู่ จึงเห็นว่าควรนำมาตอบในวารสาร เพื่อให้ทุกท่านได้รับทราบ และช่วยคิดไปพร้อม ๆ กัน  คำถามสั้น ๆ แต่ตอบยากครับ คำถามมีว่าการปรับปรุงโครงสร้างของกรมป่าไม้ จะมีผลกระทบต่อสหกรณ์ หรือไม่ ขอตอบตรง ๆ ว่า มีครับ แต่ถ้าถามต่อไปว่าผลกระทบนั้น เป็นผลกระทบที่เราสามารถแก้ไขได้หรือไม่นั้น ก็คงขอตอบรวม ๆ ว่า ถ้าสมาชิกร่วมมือร่วมใจกันเชื่อว่า แก้ไขได้ คงไม่ทำให้สหกรณ์เราสับสนวุ่นวาย หรือต้องล่มสลายแต่อย่างใดครับ แต่ถ้าพิจารณาต่อไปว่าเมื่อแก้ไขแล้ว สหกรณ์ของเรา จะแย่ลงไปบ้าง หรือ ยิ่งดีขึ้นกว่าเดิม ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ก็คงขึ้นอยู่กับอยู่กับความสามารถ ของคณะกรรมการบริหาร และความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกทุกคนเช่นกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นอนาคตที่อยู่ใกล้เข้ามาทุกขณะ ถ้าสมาชิกทุกท่านร่วมด้วยช่วยคิด แม้ว่าบางท่านอาจไม่ได้เป็นทั้งผู้แทนสมาชิก และกรรมการแต่มีแนวคิดดี ๆ ซึ่งผมเชื่อว่ามีอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ขอให้ท่านโปรดช่วยแสดงตนแสดงความคิดต่อเรื่องนี้ เพื่อชาวสหกรณ์ทั้งหมด จะได้ช่วยกันพิจารณา เลือกแนวทางที่ดีที่สุดไปปฏิบัติ ผมเชื่อว่าจะทำให้สหกรณ์ของเราดียิ่งขึ้นกว่าปัจจุบันครับ

       แต่เพื่อเป็นการนำร่องแนวความคิด ซึ่งคงจะมีอีกหลากหลายประเด็นทั้งจากสมาชิก ผู้แทนสมาชิก หรือกรรมการอีกหลายท่าน ในเบื้องต้นนี้ผมขอแสดงทัศนะส่วนตัว หากท่านพิจารณาแล้วจะช่วยคิด ช่วยโต้แย้ง ช่วยตัดกิ่ง แต่งช่อ หรือเพิ่มดอกให้สมบูรณ์ขึ้น วารสารสหกรณ์มี "เวทีสมาชิก" ให้ทุกท่านแสดงทัศนะได้ต่อไป สำหรับประเด็นที่ท่านสมาชิกถามว่าจะกระทบอย่างไรนั้น ผมขอตอบเป็นข้อ ๆ ตามระดับของผลกระทบและความเห็นแนวทาง ในการแก้ไขปัญหา ดังนี้ ครับ

       ระดับที่ 1 ทุกคนยังเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้(สอ.ปม.)เหมือนเดิม กล่าวคือ ไม่ต้องมีใครย้ายโอนไปตามหน่วยงานใหม่ เพราะข้อบังคับของสหกรณ์ปัจจุบันนั้น (ข้อ 33. (4) ข้อ ค.) กำหนดให้ท่านเป็นสมาชิกต่อไปได้ ไม่ว่าจะโอนย้ายไปอยู่หน่วยงานไหนโดยไม่มีความผิด (แต่ท่านต้องเป็นสมาชิก มาก่อนนะครับ หากถ้าท่านได้รับคำสั่งให้โอนย้ายไปแล้ว ยังไม่เคยเป็นสมาชิกสหกรณ์ มาเลย จะมาสมัครเป็นสมาชิกใหม่ ต้องแก้ไขข้อบังคับปัจจุบันในการประชุมใหญ่ปีนี้ ให้เปิดกว้าง ขึ้นครับ) แต่การจะดำเนินการตามข้อนี้ได้ จะต้องแก้ปัญหาสำคัญซึ่งเป็นหัวใจของสหกรณ์ให้ได้คือ ระบบการหักเงิน ณ ที่จ่าย ถ้าหน่วยงานใหม่ของท่านหักเงิน ณ ที่จ่ายส่งให้ สอ.ปม.ได้เหมือนเดิม จะเห็นว่าปัญหาทั้งหมดก็จะจบ ลงทันที ในเชิงหลักการการหักเงิน ณ ที่จ่ายข้ามหน่วยงานนั้นสามารถปฏิบัติได้ มีสหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่ง ที่มีข้อตกลงหักเงิน ณ ที่จ่ายข้ามหน่วยงานกัน เช่นสหกรณ์ครู หักเงินข้ามกรม ข้ามกระทรวงกันก็ยังมี อย่าว่าแต่หักเงินให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์เลยครับ หน่วยงานราชการเดี๋ยวนี้ยังหักเงินให้ หน่วยงานอื่น เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฯลฯ จนแทบจะมีให้หักกันแล้ว แล้วจะไม่สนับสนุน ระบบสหกรณ์ด้วยกันหรือ จึงเชื่อหน่วยงานราชการด้วยกัน คงต้องสนับสนุนระบบสหกรณ์ทั้งจากบุคลากรเอง และตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 รวมถึงรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย มาตรา 85 ที่บอกว่า "รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองระบบสหกรณ์" แม้ว่าในเชิงหลักการไม่มีปัญหาแต่ในทางปฏิบัติอาจมีปัญหาได้ เช่น เพิ่มงานเพิ่มความยุ่งยากในการปฏิบัติ หน้าที่ปกติ ให้แก่เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่หักเงินอันจะนำมาซึ่งข้อปฏิเสธ ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าเห็นใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ปฏิบัติ ดังนั้น สหกรณ์จึงควรแก้ปัญหาเรื่องนี้ทั้ง 3 ระดับ กล่าวคือ ผลักดันและเตรียมความพร้อมในการให้มีการ ประสานงาน กันของผู้บังคับบัญชาระดับสูง การกำหนดมาตราการจูงใจให้กับหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ ที่ช่วยหักเก็บเงิน รวมทั้งการเตรียมความพร้อมกระบวนการ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติได้ง่าย ไม่เพิ่มงาน เช่น การลงทุนพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้สามารถทำรายการหักเงินให้สอดคล้อง กับระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานใหม่ได้ เป็นต้น ในเรื่องของผู้ค้ำประกันสหกรณ์อาจดำเนินโครงการ "จับคู่ผู้ค้ำใหม่" เพื่อให้ผู้ค้ำประกันจับกลุ่มอยู่ใกล้ชิดในหน่วยงานเดียวกัน และถือโอกาสรณรงค์ ให้ผู้ค้ำคู่ควร กันคือเงินเดือนใกล้เคียงกัน เพื่อให้สามารถค้ำซึ่งกันและกันได้ สำหรับชื่อสหกรณ์หากเราชาวสมาชิกร่วมใจให้เป็น "ชื่อเดิม" ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นอยู่ที่สมาชิก

        ระดับที่ 2 การลาออกหรือโอนย้ายสมาชิกระหว่างสหกรณ์ อาจมีความเป็นไปได้ที่สมาชิกบางส่วน ลาออกไปอยู่สหกรณ์หน่วยงานใหม่ และสหกรณ์เราอาจมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น กล่าวคือ หากสมาชิกบางท่านเห็นว่า หน่วยงานใหม่ก็มีสหกรณ์และดีกว่า ต้องการลาออกไปสมัครใหม่ก็ได้ เพราะหลักการสำคัญข้อแรก ของสหกรณ์คือ การเป็นสมาชิกโดยสมัครใจและเปิดกว้าง หรือจะโอนย้ายสมาชิกระหว่างสหกรณ์ ก็ได้เพราะมีข้อบังคับ(ข้อ 40) และระเบียบสหกรณ์รองรับอยู่แล้ว การโอนย้ายก็สามารถโอนทั้งหนี้และหุ้น และอายุสมาชิกระหว่างกันได้ และสมาชิกที่มีทั้งหุ้นหนี้และเงินฝากไม่ต้องห่วงใด ๆ ว่าจะต้องไปวิ่งหาเงินมาคืน สหกรณ์ เดี๋ยวนี้ทุกสหกรณ์มีสภาพคล่องเงินล้นระบบกันทั้งนั้น สหกรณ์ทั้งผู้โอนและรับโอน เขาจะเคลียร์บัญชี จ่ายเงินกันเองตามขั้นตอนการปฏิบัติ ที่มีระเบียบกำหนดไว้แล้ว นอกจากมีสมาชิกลาออกไปบ้างแล้ว ในขณะเดียวกันสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ อาจได้สมาชิกใหม่เพิ่มจากสมาชิกที่มาโอนย้ายจากหน่วยงานอื่น ในช่วงที่มีการย้ายเข้าย้ายออกนี้ ก็นับเป็นช่วงสำคัญที่ต้องมีการปรับตัว และขึ้นอยู่กับว่า เราจะตัดสินใจตั้งรับ หรือกำหนดยุทธศาสตร์ การบริหารงานในเชิงรุก(Aggressive) หากรุกเราควรจัดทำตารางเปรียบเทียบ สิทธิประโยชน์ระหว่างสหกรณ์ ให้สมาชิกได้พิจารณาเลือกโดยชัดเจนโปร่งใสและเปิดเผย หากข้อใดที่สหกรณ์ ของเรายังด้อยกว่า และอยู่ในวิสัยที่ปรับแก้ไขระเบียบได้ กรรมการควรดำเนินการทันที เพื่อให้บริการและ สวัสดิการเหนือกว่าในเกือบทุกด้าน รวมทั้งควรเตรียมแก้ไขข้อบังคับบางข้อ ให้สามารถรับสมาชิกในสังกัด กระทรวง หรือสำนักงานที่ปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกันได้ และดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิงรุกต่อเนื่อง เผลอ ๆ อาจกลายเป็นว่าสหกรณ์ของเราไม่มีคนออก แต่กลับมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากก็อาจเป็นไปได้ เมื่อสมาชิก เพิ่มขึ้นแต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารคงเดิมหรือเพิ่มเพียงเล็กน้อย ก็เท่ากับว่าสมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์โดย เฉลี่ยเพิ่มขึ้น สหกรณ์ขนาดใหญ่บางแห่ง เช่น กฟฝ. มีสมาชิกกว่า 3 หมื่นคน สินทรัพย์รวมกว่า 1.4 หมื่นล้าน บาทสามารถจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก ได้มากกว่าเราหลายเท่าครับ ดังนั้น ถ้าบริหารและมองปัญหาให้ดี ๆ ก็อาจเป็นโอกาสให้เราขยายตัวได้

       ระดับที่ 3 การแยกหรือควบสหกรณ์ ทั้งการแยกและการควบสามารถทำได้ตาม ข้อบังคับสหกรณ์(ข้อ 83)ซึ่งมีอยู่แล้ว โดยต้องใช้มติของที่ประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของที่ประชุม การแยกสหกรณ์ อาจมีความเป็นไปได้ในกรณีที่สมาชิกโอนย้ายไปอยู่หน่วยงานใหม่ จำนวนมากและยังไม่มีสหกรณ์ จึงขอแยก สหกรณ์เพื่อไปขอจัดตั้งใหม่ แม้มีความเป็นไปได้แต่ก็เป็นไปได้น้อย เพราะแต่ละหน่วยงานก็มักจะมีสหกรณ์ ออมทรัพย์ของตนอยู่แล้วทุกหน่วยงาน การโอนย้ายสมาชิกระหว่างสหกรณ์ทำได้ง่ายจึงมีความเป็นไปได้มากกว่า สำหรับ การควบสหกรณ์ มีความเป็นไปได้ในกรณีหน่วยงานใหม่ ที่สหกรณ์เราจะไปอยู่ก็มีสหกรณ์อยู่แล้ว และถูกตัดแบ่งไปบางส่วน กลายเป็นว่ามี 2 สหกรณ์ในหน่วยงานเดียวกัน ในกรณีอาจมีการควบรวมกันระหว่าง 2 สหกรณ์ หัวใจสำคัญของการดำเนินควบรวมคือ ในการเจรจาควรนำสิทธิประโยชน์ของสมาชิกทั้ง 2 สหกรณ์ เป็นตัวตั้ง จะต้องตอบคำถามของสมาชิกทั้ง 2 แห่งให้ได้ว่า เมื่อรวมกันแล้วสมาชิกจะได้รับประโยชน์ เพิ่มขึ้นอย่างไรบ้างทั้งระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว และห้ามเจรจาโดยเอาความ เป็นตำแหน่งกรรมการ จะอยู่หรือไปเป็นตัวตั้งเพราะจะไม่สำเร็จ ถึงสำเร็จก็ไม่มีประโยชน์อะไรและไม่ควรทำ เพราะงานสหกรณ์เป็นงานอาสา ที่จะต้องคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก ผมว่าการควบสหกรณ์นั้น ยังมีความเป็นไปมากกว่า การแยกสหกรณ์ครับ ถ้าควบรวมดี ๆ เอาผลประโยชน์สมาชิกมากางดูทีละข้อ สหกรณ์เราอาจก้าวไปสู่อีกคุณภาพหนึ่งที่เหนือกว่าเดิมก็เป็นไปได้

       ทั้งหมด คือแนวคิดเบื้องต้นครับ ผมคิดว่าระดับการเปลี่ยนแปลงที่ยุ่งยากน้อยที่สุดคือระดับที่ 1 คือทุกคนยังคงเป็นสมาชิกอยู่เหมือนเดิม เปลี่ยนแปลงแต่เพียงการเพิ่มเติมระบบการหักเงิน ณ ที่จ่ายให้ได้ อย่างไรก็ตามครับเราก็ควรเตรียมรับมือสถานการณ์อื่น ๆ เช่น ระดับที่ 2 ระดับที่ 3 เอาไว้ด้วยครับเพื่อความไม่ประมาท ถ้ามีการจัดระดมสมองโดยกำหนดสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ไว้บ้างก็น่าจะดีหรือไม่ครับ เรื่องนี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของสมาชิก และแนวคิดของผู้บริหารหลายๆ ฝ่ายด้วยกันจึงจะสำเร็จครับ

        อย่างไรก็ตามขอให้คิดว่า "ความเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์" เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นย่อม เป็นธรรมดาที่จะต้องมีทั้งปัญหาและอุปสรรครออยู่ข้างหน้า ให้เราฟันฝาไป ความวิตกกังวลนั้นไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าเราร่วมคิดร่วมทำกันอย่างมีสติ หรือยึดหลักศาสนา ค้นหาว่าอะไรคือทุกข์หรือปัญหา อะไรคือสาเหตุ อะไรคือการขจัดปัญหา และอะไรคือหนทางแห่งการยุติปัญหา อย่างแยกแยะและแก้ไขตามช่วงเวลาที่เหมาะสม วิกฤติก็อาจกลายเป็นโอกาสได้ อย่างที่ใคร ๆ ก็พูดกัน การปรับปรุงโครงสร้างหน่วยราชการครั้งนี้ ผลกระทบต่อสหกรณ์นั้นผลคิดว่ายังเล็กเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานราชการทั้งระบบ ซึ่งยังน่าห่วงกว่า และคงมิใช่ลำพังกรมป่าไม้เท่านั้นที่มีผลกระทบ หน่วยงานราชการอีกมากมายล้วนแล้วแต่มีสหกรณ์ ออมทรัพย์แทบทั้งสิ้น ในเรื่องนี้ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย และกรมส่งเสริมสหกรณ์ น่าจะมีการขยับตัว ระดมพลคนสหกรณ์ กำหนดแนวรับความเปลี่ยนแปลงร่วมกัน บางทีการปฏิรูประบบราชการ อาจทำให้เกิดการปฏิรูประบบสหกรณ์อมทรัพย์ไปด้วย ผมอยากฝันเห็นว่าในอนาคต ระบบสหกรณ์จะออนไลน์ เชื่อมโยงถึงกันหมด เหมือนกับสหกรณ์ในออมทรัพย์ในต่างประเทศ และอาจเชื่อมโยงกับระบบธนาคาร ใครอยู่จังหวัดไหนจะกู้จะฝากเงินก็ไปที่สหกรณ์ของจังหวัดหรืออำเภอนั้นๆ ได้เลยไม่ต้องเสียค่าโอนเงินไปมา ไม่ว่าท่านจะอยู่กระทรวงหรือหน่วยงานไหน ปัจจุบันเรายังมีความซ้ำซ้อนของการลงทุนแต่ละสหกรณ์อยู่มาก ถ้าลดต้นทุนความซ้ำซ้อนเหล่านี้ไปได้ชาวสหกรณ์ก็น่าจะได้รับประโยชน์มากขึ้น หากระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ไทย สามารถปฏิรูปตัวเองครั้งใหญ่ได้ ก็คงจะช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจไทย และการพึ่งพาตนเอง ของคนไทยได้ไม่น้อย

       ผมคิดว่าที่ตอบมาทั้งหมดคงจะพอให้ท่านสมาชิกสำนักวิชาการ คลายความสงสัยลงไปได้บ้างนะครับ หรือหากยิ่งสงสัยหรือปวดหัวมากขึ้นไปอีก ก็ขอให้โปรดแจ้งมาด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามผมเชื่อโดยส่วนตัวว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจะทำให้ระบบสหกรณ์โดยรวม ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะทุกฝ่ายต้องปรับตัว เพื่อประโยชน์ของสมาชิก และหากเมื่อถึงเวลาและความจำเป็นที่ท่าน จะต้องโอนย้ายไปสังกัดหน่วยงานใหม่ แล้วก็ตาม ด้วยความผูกพันมาเนิ่นนาน บางท่านก็ร่วมทศวรรษก็มี ผมอยากขอให้ทุกท่านยังคงอยู่ร่วมกัน เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ต่อไป ไม่มีผู้ใดโอนย้ายความเป็นสมาชิกไปสังกัดในหน่วยงานใหม่ แต่อย่างใด เป็นความหวังครับผม


วิชิต สนธิวณิช

 
   
อัตราดอกเบี้ย(%ต่อปี)
เดือนกันยายน 2546
 อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์ 3.25
ออมทรัพย์พิเศษ      3.50
 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
เงินกู้ฉุกเฉิน            6.50
เงินกู้สามัญ               6.50
เงินกู้พิเศษ (คงที่ 2 ปี
ไม่มีเงินเฉลี่ยคืน)     2.75
เงินกู้พิเศษ ( ปีที่ 3 ใช้อัตราเฉลี่ย MRL ของ 5 ธนาคาร)                   5.75
สินเชื่อวนาเคหะ       4.50
(คงที่ 1 ปี)
ใช้เงินฝากค้ำประกัน 5.50
ใช้หุ้นค้ำประกัน       6.50
บัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์
กรมป่าไม้ จำกัด
ธ.กรุงไทย จำกัด
039-1-17608-0
ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด
053-2-14314-6
 
1
...............................................................................................................................................................................................................................................
© สหกรณ์ออมทรัพย์ กรมป่าไม้ จำกัด :: ตู้ปณ. 169 ปทจ.จตุจักร กรุงเทพมหานคร ฯ 10900
โทร.0-2579-7070 , 0-2561-4292 Ext. 115 , โทรสาร.0-2579-7356