บริการเงินฝาก
    ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์
    ออมทรัพย์พิเศษ
 บริการเงินกู้
    เงินกู้ฉุกเฉิน
    เงินกู้สามัญ     เงินกู้พิเศษ
 ทุนเรือนหุ้น
  CO-OP Phone
  สวัสดิการสมาชิก
  การประกันชีวิต
  ระเบียบสหกรณ์
  ข้อบังคับสหกรณ์
  พ.ร.บ. สหกรณ์
  ข่าวสหกรณ์
     ภาพข่าว
     ข่าวบริการ
  บทความที่น่าสนใจ
  ผลการดำเนินงาน
  สมัครเป็นสมาชิก
  ผู้ได้รับทุนสวัสดิการ
  การบริหารสหกรณ์
     หลักการสหกรณ์
     โครงสร้างองค์กร
     ผู้แทนสมาชิก
     กรรมการดำเนินงาน
     ฝ่ายจัดการ
     รายงานกิจการ
  ประวัติความเป็นมา
     การจัดตั้งสหกรณ์
     คณะกรรมการชุดต่าง ๆ
  คำถามจากสมาชิก


ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
 อัตราดอกเบี้ยธนาคาร

 กรมป่าไม้

 กรมส่งเสริมสหกรณ์

 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์

 กรมที่ดิน

 ธนาคารแห่งประเทศไทย

 ดอกเบี้ยอ้างอิง ธปท.

 ป.ป.ง.

 กระทรวงเกษตรฯ

 ธ.ก.ส.

 ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์

 สันนิบาตสหกรณ์ฯ

 สนง.เศรษฐกิจการเกษตร

 ค้นหาสหกรณ์

 

   
ถอนหุ้นบางส่วนทำได้หรือไม่ ?


ถาม
เรียนผู้จัดการสหกรณ์
ผมมีหุ้นอยู่ในสหกรณ์ประมาณ 600,000 บาท ผมมีความจำเป็นต้องใช้เงินประมาณ 200,000 บาท แต่ไม่อยากกู้ ผมต้องจะถอนหุ้นออกสัก 2 แสนบาท จะได้หรือไม่ครับ (สมาชิกภูมิภาค)

ตอบ ไม่ได้ครับ เหตุที่ไม่ได้ก็เพราะว่า ข้อบังคับของสหกรณ์ เขียนไว้ในหมวด 3 ทุน ข้อ 6. การถือหุ้น กำหนดว่า "...สมาชิกจะถอนหุ้นคืนในระหว่างที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ไม่ได้....สมาชิกจะโอนหุ้นซึ่งตนถือให้ ผู้อื่นไม่ได้" ความจริงข้อบังคับข้อใดหากไม่มีเหตุผลก็สามารถแก้ไขได้ เพราะข้อบังคับทุกข้อที่กำหนดไว้ต้องเป็น ประโยชน์ ต่อสมาชิกและสหกรณ์ กฎทุกกฎเราเขียน ไว้เพื่อรับใช้มนุษย์ หากส่งผลสะเทือนถึงสังคมส่วนรวมก็ควรแก้ แต่ขอเรียนว่าข้อบังคับข้อนี้ทุกสหกรณ์ก็จะเขียนเหมือน ๆ กัน และข้อบังคับฉบับมาตรฐานของกรมส่งเสริม สหกรณ์ก็กำหนดไว้แบบนี้เช่นเดียวกัน ทำไมทุกสหกรณ์จึงต้องเขียนไว้เช่นนี้ เรื่องนี้ย่อมมีที่มาที่ไปครับ

ผมคิดว่าเรื่อง "ทุนเรือนหุ้น" นี้เป็นหลักการที่สำคัญของสหกรณ์ ทำให้สหกรณ์แตกต่างจากสถาบันการเงินอื่น ๆ เช่นธนาคาร ทุนเรือนหุ้นเป็น จุดแข็ง ของสหกรณ์ที่ทำให้สหกรณ์มีความมั่นคงเหนือกว่าธนาคาร ประการแรก เมื่อสมัครสมาชิกทุกท่านจะถูกหักค่าหุ้นทุกเดือน ผลดีต่อสมาชิกคือ เป็นการ บังคับออม บางท่านเก็บเงินเอง ไม่ค่อยได้ แต่เมื่อมาเป็นสมาชิก อย่างน้อยทุกคนจะมีทุนเรือนหุ้นที่งอกเงย เพิ่มขึ้นทุกเดือน ทุกปี ผลดีต่อ สหกรณ์คือ การเพิ่มทุนดำเนินงาน เมื่อได้เงินหุ้นจากสมาชิก สหกรณ์ก็นำไปปล่อยให้สมาชิกกู้ต่อไปเรื่อย ๆ ลำพังเงินฝากอย่างเดียวนั้นคงไม่เพียงพอ การปล่อยเงินกู้ได้ตลอดเวลาผลดีก็กลับคืนสู่สมาชิกนั่นเอง จะเห็นว่า หุ้นของ สหกรณ์จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือน ทำให้สหกรณ์มีความมั่นคงยิ่งขึ้น แต่หุ้นของธนาคารนั้นกว่าจะ อนุมัติให้ขายหุ้นเพิ่มได้แต่ละครั้ง เป็นเรื่องยุ่งยาก ถ้าผู้ถือหุ้นเก่าไม่ได้ประโยชน์ก็มักจะไม่ค่อยยอมให้เพิ่มหุ้น แม้ว่าการเพิ่มหุ้นนั้นจะทำให้ธนาคารมั่นคงเพิ่มขึ้นก็ตาม ประการที่สอง หุ้นของสหกรณ์มั่นคง ราคาคงที่ 10 บาทตลอดกาล แต่หุ้นของธนาคารนั้นไม่แน่นอน ราคาพาร์ 10 บาท บางครั้งซื้อขายกัน 500 - 600 บาท และบางครั้งราคาลดเหลือ 1 สตางค์ ก็มีให้เห็นหลายธนาคาร หุ้นของธนาคารนั้นก็ถอนไม่ได้ เพราะบัญชี อีกข้างหนึ่งจะสมดุลได้นั้น ก็คือหุ้นได้ถูกแปรไปเป็นสินทรัพย์แล้ว แต่หุ้นธนาคาร สามารถซื้อขายกันได้ซึ่งก็ คือการโอนให้กันได้ เมื่อซื้อขายกันได้ โอนได้ย่อมเป็นธรรมดาที่ราคาหุ้นย่อมเป็นไปตามกลไกตลาด ตามหลักอุปสงค์ อุปทานของเศรษฐศาสตร์ เพราะทุกคนก็จะต้องแสวงหาช่องทางในการทำ กำไรในการนำเงิน เข้าเงินออก และการปั่นราคา ดังนั้น หากสหกรณ์ให้สมาชิกถอนหุ้นได้แล้ว ผมเชื่อว่าระยะยาวแล้วราคาหุ้น ก็จะไม่คงที่ 10 บาท และสหกรณ์ก็คงจะไม่ใช่สหกรณ์อีกต่อไป ทุกอย่างย่อมมีทั้งผลดี และผลเสียในตัวมันเอง

จะเห็นว่าข้อนี้เป็นปัญหาในเชิงกระทบต่อหลักการของสหกรณ์ที่แตกต่งจากธนาคาร เพราะหลักการข้อนี้ได้ทำให้ ระบบสหกรณ์มีความมั่นคง และไม่ได้รับผลกระทบมากนักแม้ว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมาจะรุนแรง ในขณะที่ สถาบันการเงินทั่วไปต่างประสบปัญหาถ้วนหน้า

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าสหกรณ์จะปิดหนทางของท่านทั้งหมด เพราะท่านสมาชิกภูมิภาคยังสามารถยื่นขอกู้หุ้น ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันใด ๆ ครับ เพียงเขียน ใบกู้แผ่นเดียว และท่านเชื่อหรือไม่ครับว่า การกู้หุ้นนั้น เงินปันผลที่ท่านได้รับจะสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่ท่านจ่าย เช่นกรณีนี้ สมมุติว่าท่านกู้หุ้น 200,000 บาท ชำระคืน 6 ปี ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินกู้ 8.5% ถ้าคำนวณแล้ว ท่านจะเสียดอกเบี้ยตลอด 6 ปีรวม 51,668.10 บาท แต่เงินหุ้นของท่าน 200,000 บาทยังอยู่ ถ้าคิดว่าท่าน ได้เงินปันผล 7.00% จะได้เงินปันผลปีละ 14,000 บาท รวม 6 ปีได้เงินปันผล 84,000 บาท ยังคงมีกำไร 32,331.90 บาท และท่านไม่ต้องห่วงว่าต่อไปเงินปันผลจะลด เพราะถ้าเงินปันผลลด ดอกเบี้ยเงินกู้ก็จะ ลดลงตามไปด้วยครับ สำหรับเงินที่ท่านผ่อนชำระทุกเดือนจะเป็น อานิงส์ให้สมาชิกท่านอื่น ๆ ได้มีโอกาสกู้ต่อไป อีกเรื่อย ๆ ครับ สหกรณ์ก็จะเติบโตทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เงินหุ้นของท่านก็ยังอยู่และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนี้ก็ค่อย ๆ หมดไป หากมองอีกแง่หนึ่งการกู้เงินหุ้นตนเองนั้น เหมือนเป็นการบังคับออม สิ่งนี้เองถึงแม้ว่า สมาชิกสหกรณ์จะกู้เงินมาก แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนจะมีเงินออม เราจึงยังคงเรียกสหกรณ์ของเราว่า "สหกรณ์ออมทรัพย์" ได้เต็มปาก

วิชิต สนธิวณิช

 
อัตราดอกเบี้ย(%ต่อปี)
เดือนกันยายน 2546
 อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์ 3.25
ออมทรัพย์พิเศษ      3.50
 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
เงินกู้ฉุกเฉิน            6.50
เงินกู้สามัญ               6.50
เงินกู้พิเศษ (คงที่ 2 ปี
ไม่มีเงินเฉลี่ยคืน)     2.75
เงินกู้พิเศษ ( ปีที่ 3 ใช้อัตราเฉลี่ย MRL ของ 5 ธนาคาร)                   5.75
สินเชื่อวนาเคหะ       4.50
(คงที่ 1 ปี)
ใช้เงินฝากค้ำประกัน 5.50
ใช้หุ้นค้ำประกัน       6.50
บัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์
กรมป่าไม้ จำกัด
ธ.กรุงไทย จำกัด
039-1-17608-0
ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด
053-2-14314-6
 
1
1
...............................................................................................................................................................................................................................................
© สหกรณ์ออมทรัพย์ กรมป่าไม้ จำกัด :: ตู้ปณ. 169 ปทจ.จตุจักร กรุงเทพมหานคร ฯ 10900
โทร.0-2579-7070 , 0-2561-4292 Ext. 115 , โทรสาร.0-2579-7356