บริการเงินฝาก
    ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์
    ออมทรัพย์พิเศษ
 บริการเงินกู้
    เงินกู้ฉุกเฉิน
    เงินกู้สามัญ     เงินกู้พิเศษ
 ทุนเรือนหุ้น
  CO-OP Phone
  สวัสดิการสมาชิก
  การประกันชีวิต
  ระเบียบสหกรณ์
  ข้อบังคับสหกรณ์
  พ.ร.บ. สหกรณ์
  ข่าวสหกรณ์
     ภาพข่าว
     ข่าวบริการ
  บทความที่น่าสนใจ
  ผลการดำเนินงาน
  สมัครเป็นสมาชิก
  ผู้ได้รับทุนสวัสดิการ
  การบริหารสหกรณ์
     หลักการสหกรณ์
     โครงสร้างองค์กร
     ผู้แทนสมาชิก
     กรรมการดำเนินงาน
     ฝ่ายจัดการ
     รายงานกิจการ
  ประวัติความเป็นมา
     การจัดตั้งสหกรณ์
     คณะกรรมการชุดต่าง ๆ
  คำถามจากสมาชิก



ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
 อัตราดอกเบี้ยธนาคาร

 กรมป่าไม้

 กรมส่งเสริมสหกรณ์

 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์

 กรมที่ดิน

 ธนาคารแห่งประเทศไทย

 ดอกเบี้ยอ้างอิง ธปท.

 ป.ป.ง.

 กระทรวงเกษตรฯ

 ธ.ก.ส.

 ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์

 สันนิบาตสหกรณ์ฯ

 สนง.เศรษฐกิจการเกษตร

 ค้นหาสหกรณ์

 

สหกรณ์ออมทรัพย์กับ
กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน


          นับตั้งวันที่ 24 ตุลาคม 2543 เป็นต้นมา ถือได้ว่าพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้และมีผลกำหนดการทำธุรกรรมการเงินในทางปฏิบัติอย่าง สมบูรณ์ โดยที่ในความจริงแล้ว กฎหมายมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2542 และมีการออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ รวมทั้งสิ้น 17 ฉบับ เมื่อเดือนตุลาคม 2543 ทำให้สถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าธนาคาร บริษัทเงินทุน หรือ สหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ ต้องดำเนิน การรายงานธุรกรรมหรือข้อเท็จจริงตามที่กฎหมายกำหนด ไปยังสำนักงาน ป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ปปง.) กฎหมายฉบับนี้มีบทกำหนดโทษของผู้รับผิดชอบในการ กระทำความ ผิดไว้ โดยต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 1 ล้านบาท หรือทั้ง จำทั้งปรับ จึงนับเป็นเรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่งที่สมาชิกสหกรณ์ทุกท่านควรจะได้รับทราบสาระ สำคัญของ กฎหมายฉบับนี้

การฟอกเงิน คืออะไร

           ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย การฟอกเงิน หมายถึง การกระทำใด ๆ ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อจะทำให้เงิน หรือทรัพย์สินใด ๆ ซึ่งมีที่มาจากการกระทำความผิดใด ๆ เปลี่ยนสภาพให้เป็น เงินหรือทรัพย์สินซึ่งบุคคลทั่วไป หลงเชื่อว่าเป็นเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มา โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกปิดทรัพย์สินที่ได้มา อันไม่ชอบ หลบเลี่ยงการสืบสวนการกระทำความผิดใด ๆ เพิ่มพูนผลประโยชน์เพื่อสนับสนุนการกระทำ ความผิดอันนำไปสู่การขยายขอบเขตการกระทำความ ผิดต่อไป  หรือสรุปได้ว่า การฟอกเงิน คือ การเปลี่ยนสภาพเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ให้เป็นเงินหรือทรัพย์สินที่เสมือนว่าได้มา โดยชอบด้วยกฎหมาย

ความผิดมูลฐาน 7 ประการ

          กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดขอบเขตของเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือการ กระทำซึ่งสนับสนุนหรือช่วยเหลือการกระทำความผิดไว้ 7 มูลฐาน ดังนี้

1. ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
2. ความผิดเกี่ยวกับเพศ การค้าประเวณี การค้าหญิงและเด็ก
3. ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน
4. ความผิดเกี่ยวกับการยักยอกหรือฉ้อโกงของผู้บริหารสถาบันการเงิน
5. ความผิดเกี่ยวกับต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
6. ความผิดเกี่ยวกับการกรรโชก หรือรีดเอาทรัพย์
7. ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร

ใครคือผู้กระทำผิดฐานฟอกเงิน

          ตามมาตรา 5 ของกฎหมายกำหนดให้บุคคล(สมาชิก)หรือนิติบุคคล(สหกรณ์)ที่จะเป็นผู้กระทำ ความผิดฐานฟอกเงิน หมายถึง

1. ผู้โอน ผู้รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือผู้ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลัง กระทำความผิด มิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ในความผิดมูลฐาน หรือ

2. ผู้กระทำการด้วยประการใด ๆ เพื่อปกปิด หรืออำพรางลักษณะที่แท้จริง การได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำ ความผิด

นอกจากนี้ ในมาตรา 7,8 และ 9 ผู้กระทำสนับสนุนต้องรับโทษเช่นเดียวกับตัวการ

หน้าที่ของสหกรณ์ออมทรัพย์

          กฎหมายฟอกเงินกำหนดให้สถาบันการเงินซึ่งได้แก่ธนาคาร บริษัทเงินทุน ฯลฯ รวมถึง สหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ มีหน้าที่ต้องรายงานการทำธุรกรรมต่อสำนักงาน ปปง. เมื่อปรากฏว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็น

1. ธุรกรรมที่ใช้เงินสดจำนวนตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องรายงานด้วยแบบ ปปง. 1-01(เช่น สมาชิกนำเงินสดมาฝากตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่รวมถึงการฝาก โดยโอน ผ่านธนาคารหรือฝากโดยใช้เช็ค)

2. ธุรกรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้อง รายงานด้วยแบบ ปปง. 1-02 (เช่น สมาชิกนำโฉนดที่ดินมูลค่า 5 ล้านบาทขึ้นไป มาขอกู้ เงินและจำนองไว้กับสหกรณ์ ไม่ว่าจะขอกู้ในวงเงินเท่าใด)

3. ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย ต้องรายงานด้วยแบบ ปปง. 1-03 ซึ่งหมายถึง ธุรกรรมที่ขาดความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ ธุรกรรมที่มีความซับซ้อนผิดไปจากปกติ ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ากระทำขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายนี้ หรือธุรกรรมที่เกี่ยว ข้องหรืออาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน ทั้งนี้ไม่ว่าเป็นการทำธุรกรรม เพียงครั้งเดียว หรือหลายครั้ง

ธุรกรรมที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 1 -15 ให้สหกรณ์จัดทำรายงานส่งสำนักงาน ปปง. ภายในวันที่ 22 ของเดือนนั้น และธุรกรรมที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 16 ถึงสิ้นเดือน ให้รายงานภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

สรุป
          จะเห็นว่าตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้กำหนดให้สหกรณ์ออมทรัพย์ และสถาบันการเงินทุกแห่งต้องรายงานการทำธุรกรรมทั้ง 3 กรณีดังกล่าวข้างต้น ต่อสำนักงาน ปปง. ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งหากสถาบันการเงินใดไม่รายงานถือว่าเป็นการ กระทำผิดตามกฎหมาย โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อป้องกันและปราบปราบการฟอกเงินจากการกระทำความผิดใน 7 มูลฐานอย่างไรก็ตาม การรายงานดังกล่าวไม่รวมถือธุรกรรม เช่น การฝากเงินที่มีมาก่อนวันที่ 27 ตุลาคม 2543 และกรณีการฝากเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปแต่สมาชิกโอนเงินฝากผ่าน ธนาคารเข้าบัญชีสหกรณ์ โดยกรณีนี้ธนาคารจะต้องเป็นผู้รายงานไปยัง ปปง.แทน หรือกรณีสมาชิก ฝากเงินโดยนำตราสาร เช่น เช็ค ดร๊าฟ มาฝากที่สหกรณ์ ก็ไม่ต้องรายงานต่อ ปปง. เช่นเดียวกัน เนื่องจากสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินหรือทรัพย์สินได้ตามเจนารมณ์ของกฎหมายอยู่แล้ว กฏหมายจึงมิได้บังคับไว้

          โดยสรุปแล้ว จะเห็นว่า กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมิได้มีผลกระทบใด ๆ ต่อสมาชิกและสหกรณ์ออมทรัพย์มากนัก เพียงแต่สหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ มีหน้าที่ต้องปฎิบัติให้ ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด เช่นเดียวกับสถาบันการเงินอื่นอันได้แก่ ธนาคาร หรือบริษัท เงินทุนต่าง ๆ เท่านั้น

วิชิต สนธิวณิช
กุมภาพันธ์ 2544

1
อัตราดอกเบี้ย(%ต่อปี)
เดือนกันยายน 2546
 อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์ 3.25
ออมทรัพย์พิเศษ      3.50
 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
เงินกู้ฉุกเฉิน            6.50
เงินกู้สามัญ               6.50
เงินกู้พิเศษ (คงที่ 2 ปี
ไม่มีเงินเฉลี่ยคืน)     2.75
เงินกู้พิเศษ ( ปีที่ 3 ใช้อัตราเฉลี่ย MRL ของ 5 ธนาคาร)                   5.75
สินเชื่อวนาเคหะ       4.50
(คงที่ 1 ปี)
ใช้เงินฝากค้ำประกัน 5.50
ใช้หุ้นค้ำประกัน       6.50
บัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์
กรมป่าไม้ จำกัด
ธ.กรุงไทย จำกัด
039-1-17608-0
ธ.ไทยพาณิชย์ จำกัด
053-2-14314-6
 
...............................................................................................................................................................................................................................................
© สหกรณ์ออมทรัพย์ กรมป่าไม้ จำกัด :: ตู้ปณ. 169 ปทจ.จตุจักร กรุงเทพมหานคร ฯ 10900
โทร.0-2579-7070 , 0-2561-4292 Ext. 115 , โทรสาร.0-2579-7356