สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ประหยัดอดออม เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน สหกรณ์ฯ ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2550
ประวัติความเป็นมา
สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด
        จากวันนั้น ถึงวันนี้ ทุกเรื่องราวมีที่มา...... 

           ก่อนจะก้าวย่างสู่ปีที่ 25 แห่งการก่อตั้ง เหลียวหลังแลอดีต   ก่อนที่จะมาเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ ในวันนี้ ....

            ปี 2521 "ถนอม เปรมรัศมี" อธิบดีกรมป่าไม้ ในสมัยนั้นได้มีบันทึกกรมป่าไม้ ถึงข้าราชการกรมป่าไม้ แจ้งให้ทราบถึงหลักการและผลดีต่าง ๆ ของสหกรณ์ ที่ชี้ให้เห็นทางออกในการแก้ปัญหาเมื่อต้องเผชิญยามขัดสน ซึ่งสมัยนั้นข้าราชการและลูกจ้างเมื่อคราวอับจน มักกู้หนี้ยืมสินในอัตราดอกเบี้ยที่แพงลิ่วเช่น ร้อยละสิบต่อเดือน และต้องจำยอม เพราะกรมป่าไม้สมัยนั้นเอง ก็ไม่มีสถาบันการเงินคอยช่วยเหลือ บันทึกกรมป่าไม้ฉบับนี้จึงนับเป็น จุดเริ่มต้นอย่างแท้จริง ของ สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด บันทึกฉบับนี้บอกกล่าววัตถุประสงค์ ในการขอ จัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ไว้ 2 ประการคือ

1. ส่งเสริมให้สมาชิกออมทรัพย์ โดยการถือหุ้น หรือฝากเงินในสหกรณ์
2. ให้เงินกู้แก่สมาชิก สำหรับใช้เพื่อการอันจำเป็น หรือมีประโยชน์

        การรวมพลังเพื่อการพึ่งพากันและกันตามหลักการสหกรณ์ ของคนในกรมป่าไม้เพียง 167 ท่าน เงินค่าหุ้น เริ่มต้น 15,570 บาท ในวันนั้น ปีนั้น ได้เติบโตเป็นองค์กรที่มีผู้คนสมัครใจเป็นสมาชิก ในเวลาต่อมาจนถึงวันนี้ มากกว่าหมื่นคน ทุนดำเนินงานกว่าพันล้านบาท กลายเป็นสถาบันการเงินที่คอยค้ำจุนช่วยเหลือคนทั้งกรมปาไม้ และปัจจุบันยังเป็นแหล่งเงินออมที่สำคัญ รวมทั้งบริการที่พัฒนาก้าวไกลเกินหยุดยั้งในทุกวันนี้ 

          สหกรณ์ตงจัดตั้งไม่ได้หากกรมป่าไม้ไม่สนับสนุน ในปีเดียวกันนั้น กรมป่าไม้ยังมีหนังสือ ที่ กส. 807/ 7942 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2521 เห็นชอบตาม หลักเกณฑ์ ของสหกรณ์ออมทรัพย์และอนุญาตให้กองคลัง เป็นผู้หักเงินรายได้รายเดือนข้าราชการ และลูกจ้าง ประจำที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ เป็นเงินค่าหุ้น เงินงวดชำระหนี้ และค่าธรรมเนียมแรกเข้าของผู้สมัครเป็นสมาชิก ร่วมก่อตั้งทั้ง 167 คน

          ดังนั้น....หากมองย้อนหลัง สมาชิกคนกรมป่าไม้ในยุคนี้ ต้องไม่ลืมบุคคลที่ร่วมจัดตั้ง ผู้ที่ประชุมได้เลือกตั้ง ขึ้นมา และเป็นผู้ซึ่งมีอำนาจลงลายมือชื่อในหนังสือขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนสหกรณ์ จำนวน 10 ท่าน ดังนี้

1. นายถนอม เปรมรัศมี        ประธานคณะผู้จัดตั้ง
2. นายเต็ม สมิตินันทน์        รองประธาน
3. นายดิเรก สกุณาธวงศ์      รองประธาน
4. นายสำลี อินทรไพโรจน์    เหรัญญิก
5. นายไพฑูรย์ หุ่นใย           เลขานุการ
6. นายอุดม บูรณกานนท์     กรรมการ
7. นายสมเพิ่ม กิตตินันท์      กรรมการ
8. นายกัสสปะ อัคนิทัต        กรรมการ
9. นายสมพงษ์ ปโชติการ    กรรมการ
10. นายสุนทร โพธิ์กัน        กรรมการ

          หลังจากนั้นคณะผู้จัดตั้งทั้ง 10 ท่านนี้  จึงได้ดำเนินการ ขอจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์ โดยได้มีหนังสือ กรมป่าไม้ ที่ 1/2521 ลงวันที่ 15 กันยายน 2521 ถึงนายทะเบียนสหกรณ์ ขอตั้งสหกรณ์ประเภทสหกรณ์ ออมทรัพย์ ชนิดจำกัด ขึ้นในหมู่ข้าราชการและลูกจ้างประจำสังกัดกรมป่าไม้ใช้ชื่อว่า 

           "สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด" 

             ยังถือว่าเป็นวันก่อตั้งที่แท้จริงไม่ได้ หากนายทะเบียนยังไม่รับจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย   ต่อมารองปลัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ได้มีหนังสือ กทม. 9029/17901 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2521 เรื่อง รับจดทะเบียนสหกรณ์ ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ไว้ในประเภทของ สหกรณ์ออมทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2521 เลขทะเบียนสหกรณ์ ที่ กพธ 45/2521 สำนักงานตั้งอยู่ เลขที่ 61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ดังนั้นจึงถือว่า วันที่ 28 กันยายน ของทุกปีเป็นวันก่อตั้งสหกรณ์ ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด 

          เมื่อทุกอย่างในการขอจัดตั้งลุล่วง คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด จึงได้ดำเนินงาน และ จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยปฏิบัติหน้าที่ประชุมกันครั้งแรกในวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ซึ่งใน การประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

1. กำหนดตราของสหกรณ์ คือ รูปเครื่องหมายกรมป่าไม้ แล้วมีข้อความ "สหกรณ์ออม
     ทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด" ล้อมไว้ภายใต้
2. กำหนดวันเริ่มประกอบธุรกิจของสหกรณ์ คือ ให้เริ่มประกอบธุรกิจตั้งแต่วันที่ 1
     มกราคม 2522 เป็นต้นไป
3. ร่างระเบียบของสหกรณ์
      3.1) ระเบียบว่าด้วยการรับเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำ พ.ศ. 2522
      3.2) ระเบียบว่าด้วยเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน พ.ศ. 2522
      3.3) ระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสหกรณ์ พ.ศ. 2522
           

          การประชุมใหญ่สามัญคือหัวใจที่สำคัญของสหกรณ์   สมาชิกทุกคนมีสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากัน ไม่ว่าจะ ถือทุนเรือนหุ้นมากหรือน้อย การประชุมใหญ่สามัญของสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ได้จัดขึ้นครั้งแรก ในวันที่ 26 ธันวาคม 2521 ณ ห้องประชุมกรมป่าไม้ แต่ด้วยเหตุที่ยังใหม่สมาชิกมาร่วมประชุมไม่ครบ องค์ประชุม จึงเลื่อนการประชุมออกไปภายใน 14 วัน (ตามข้อบังคับ)จึงจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1 ขึ้นใหม่ ในวันที่ 8 มกราคม 2522 ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมประชุม 29 คน ที่ประชุมได้รับทราบการจดทะเบียน สหกรณ์ การกำหนดวงเงินกู้ยืมสำหรับปี 2522 ไว้ไม่เกินหนึ่งล้านบาท และที่ประชุมมีมติให้สหกรณ์สมัคร เข้าเป็นสมาชิก ของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่ง ประเทศไทย จำกัด 

          เริ่มเปิดดำเนินงานเพื่อให้บริการแก่สมาชิก สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด เริ่มเปิดดำเนินงานในวันที่ 1 มกราคม 2522 โดยมีเวลา ทำงานตั้งแต่ 8.30 - 16.00 น. และจะรับเงินกู้สามัญในวันที่ 1 - 15 ของเดือน กู้ฉุกเฉินกระทำได้ตลอดเดือน มีเวลารับจ่ายเงิน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 15.00 น. จะจ่ายเงินให้ทุกวัน เว้นวันก่อน เงินเดือนออก และวันเงินเดือน ออกจะไม่มีการจ่ายเงิน 

          ทุนการดำเนินงานของสหกรณ์ ในช่วงแรกของสหกรณ์มีอย่างจำกัด โดยเงินที่นำมาให้สมาชิกกู้จึงมี เพียงเงินค่าหุ้นของสมาชิก เพราะสหกรณ์ยังไม่มีการกำหนดระเบียบเกี่ยวกับการรับเงินฝากจากสมาชิก ดังนั้นการกู้เงินของสมาชิกแต่ละท่านต้องใช้วิธีการรอคิว เพื่อสหกรณ์จะได้สะสมการเก็บเงินค่าหุ้นและค่าเก็บ หนี้จากสมาชิกมาจ่ายเป็นเงินกู้ ระยะต่อมากู้เงินจากสมาชิกเพื่อมาปล่อยให้สมาชิกกู้ จนกระทั่งในปี 2534 สหกรณ์ ได้กำหนดระเบียบการรับฝากเงินจากสมาชิก ประเภทออมทรัพย์พิเศษ จึงได้มีการระดมเงินฝาก ส่วนเงินที่กู้กับ สมาชิกก็แปลงมาเป็นเงินรับฝากออมทรัพย์พิเศษ จนมีเงินมากพอให้แก่สมาชิกกู้

            สำนักงานเปลี่ยนไปตามเวลาแห่งการเติบโต เมื่อการดำเนินงานของสหกรณ์เติบโตตามอายุขัย จำนวน สมาชิกของสหกรณ์ฯ ได้เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ทำให้พื้นที่ของสำนักงานคับแคบ ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ สมาชิก ที่ตั้งสำนักงานสหกรณ์ จึงมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ทั้งนี้เพื่อรองรับการดำเนินงานที่ขยายตัวเพิ่ม มากขึ้น ที่ตั้งสำนักงานสหกรณ์ ในช่วงที่ผ่านมา ผ่านบ้านมาแล้ว 5 หลัง ดังนี้

          บ้านหลังที่ 1 กองนิติการ  ปี 2521 - 2530 สำนักงานสหกรณ์ตั้งอยู่กับกองนิติการ ชั้น 1 ในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันคือ ฝ่ายการใช้ประโยชน์ที่ดิน กองการอนุญาต อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้

          บ้านหลังที่ 2 มุขหลังห้องประชุม 1  ปี 2530 - 2532 สำนักงานสหกรณ์อยู่บริเวณมุขหลังห้องประชุม 1 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ ซึ่งปัจจุบันคือพื้นที่ทำการส่วนหนึ่งของสำนักสารนิเทศ กรมป่าไม้ 

           บ้านหลังที่ 3 กองบำรุง ปี 2532 - 2538 สำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด อยู่ห้องทางด้านมุม ขวา ของกองบำรุง ซึ่งก็คืออาคาร กฤตสัมมาพุทธิ สำนักวิชาการป่าไม้ปัจจุบัน

            บ้านหลังที่ 4 ตึก สทก.ชั้น 4 ปี 2538 - 2542 สำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ได้ย้าย ไปอยู่ทางด้านปีกขวา ชั้น 4  อาคาร สทก. 

           บ้านปัจจุบันหลังที่ 5 ชั้นล่างศูนย์ปฏิบัติการกรมป่าไม้  การเปรับเปลี่ยนย้ายสำนักงานเป็นไปตามความ จำเป็น อันเนื่องมาจากการเติบโตของสหกรณ์ ในการดำเนิน ธุรกรรมในด้านต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น สหกรณ์จึง ได้พยายาม จัดหาสำนักงานที่มีลักษณะถาวรมากขึ้น จนเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2542 อธิบดีกรมป่าไม้ (นายปลอดประสพ สุรัสวดี) ได้อนุมัติให้ใช้สถานที่ชั้นล่างของอาคาร ศูนย์ปฏิบัติการ กรมป่าไม้เป็นสำนักงาน ของสหกรณ์ออมทรัพย์ กรมป่าไม้ จำกัด ซึ่งสหกรณ์ได้ใช้เป็นสำนักงาน ของสหกรณ์จนถึงปัจจุบันนี้

          ชุดแล้วชุดเล่าของคณะกรรมการที่ผันเปลี่ยนเวียนไปตามวาระ พร้อมกับการพัฒนาที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทั้งระบบ การจัดการ อุปกรณ์และเทคโนโลยี่ จึง ณ จุดเริ่มก่อตั้งสหกรณ์เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2521 เป็นต้นมา สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ได้ดำเนินกิจการมาด้วยความเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีความ มั่นคงเป็นปึกแผ่น ถึงกับมีการกล่าวกันว่า แม้แต่ธนาคารยังต้องหวั่นไหวต่อการพัฒนา   

            วาระแห่งการเปลี่ยนแปลง สู่..อนาคต การพัฒนางานสหกรณ์ ที่เป็นวาระแห่งการเปลี่ยนแปลง และเป็น รากฐานแห่งการก้าวย่างสู่..อนาคต ที่สำคัญ ๆ พอสรุปได้ ดังนี้

             ปี 2534 เปิดให้บริการเงินฝากออมทรัพย์พิเศษเป็นครั้งแรก ทำให้สหกรณ์ได้มีการระดมเงินทุนในการ ดำเนินงานซึ่งทำให้การให้เงินกู้แก่สมาชิกเริ่มขยายตัวมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงทุนเรือนหุ้นและการกู้ยืมเงิน จากสมาชิกเท่านั้นที่เป็นทุนดำเนินงาน

              ปี 2537 เริ่มนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นครั้งแรก โดยเริ่มต้นเพียงเครื่องเดียว และขยายเพิ่มเป็น 6 เครื่องในปีต่อมา

              ปี 2538 สมาชิกให้ความสนใจกับกับระดมหุ้นและการฝากเงินออมทรัพย์พิเศษกับสหกรณ์มากขึ้น นอก
จากนี้ สหกรณ์ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสหกรณ์ใกล้เคียงมากขึ้น รวมทั้งการเริ่มต้นบทบาทในขบวนการสหกรณ์ โดย นายสิทธิชัย อึ๊งภากรณ์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้ รับเลือกเป็นประธานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยในเวลาต่อมา นับเป็นกรรมการดำเนินสหกรณ์ คนแรกที่เข้าไปมีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนขบวนการสหกรณ์ในระดับชาติ

              ปี 2542 สหกรณ์จัดให้มีการเลือกตั้ง"ผู้แทนสมาชิก" ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2542 และ ประชุมใหญ่โดยผู้แทนสมาชิกตามข้อบังคับฉบับใหม่เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 - 7 มีนาคม 2542 ซึ่งทำให้การ ประชุมใหญ่ของสหกรณ์เป็นการประชุมที่สมาชิกได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาและเสนอแนะการดำเนินกิจการ ของอย่างจริงจัง และในวันที่ 24 พฤษภาคม 2542 เริ่มให้บริการ " เงินกู้สามัญ 1 วันได้ " เป็นครั้งแรก รวมทั้งสหกรณ์ยังได้เริ่มให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาเจ้าหน้าที่อย่างจริงจัง โดยจัดสัมมนาเจ้าหน้าที่สหกรณ์เรื่อง  " สู่ความเปลี่ยนแปลงแห่งความท้าทาย " นอกจากจากนี้ยังได้เริ่มโครงการ " สหกรณ์สัญจร " เป็นครั้งแรกที่สำนัก งานป่าไม้เขตเพชรบุรี และในภาคใต้อีก 7 จังหวัดโดยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ได้พบปะแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิกที่อยู่ห่างไกลเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสหกรณ์ นอกจากนี้ ผู้แทนสมาชิกได้มีการริเริ่มจัดกิจกรรมกลุ่มสมาชิกขึ้นเป็นครั้งแรก โดยผู้แทนสมาชิกกลุ่มสำนักวิชาการป่าไม้ เรื่อง " สหกรณ์ให้อะไรแก่สมาชิก "    และการจัดกิจกรรมโดยกลุ่มสำนักงานป่าไม้เขตสงขลา และกลุ่มสำนักงานป่าไม้เขตสุราษฎร์ธานี  นอกจากนั้นทางด้านฐานะการเงินนับเป็นปีแรกที่สหกรณ์มี สินทรัพย์รวม 1 พันล้านบาท เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2542 นับเป็นปีที่ 21 แห่งการจัดตั้งสหกรณ์

             ปี 2543 หลังจากที่สหกรณ์ได้เปิดสำนักงานใหม่เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2543 สหกรณ์ได้มีการปรับ ปรุงระบบงานและระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยมีความทันสมัยและสามารถรองรับการบริการจากสมาชิกได้หลากหลายมากขึ้น ในวันที่ 1 มิถุนายน 2543 สหกรณ์เริ่มเปิดให้บริการเงินกู้พิเศษเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นครั้งแรกภายใต้บริการเงินกู้ " สินเชื่อวนาเคหะ " นับเป็นจุดเริ่มต้นของการให้สินเชื่อที่มุ่ง เน้นส่งเสริมฐานะและ
ความมั่นคงให้แก่สมาชิก นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบเกี่ยวกับสวัสดิการสมาชิกอย่างจริงจัง ทำให้สามารถเพิ่มเติมสวัสดิการให้แก่สมาชิกในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น

              ปี 2544 สหกรณ์เริ่มเปิดให้บริการ " สหกรณ์ทางโทรศัพท์อัตโนมัติ " ( CO-OP PHONE ) ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2544 โดยสามารถอำนวยความสะดวกให้สมาชิกสามารถสอบถามยอด เงินฝาก หุ้น หนี้ สิทธิการกู้ สิทธิการค้ำประกัน ยอดเงินปันผล และการกู้ฉุกเฉินทางโทรศัพท์โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกในการสอบถามข้อมูลกับสหกรณ์ มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกต่างจังหวัด นอกจากนี้สหกรณ์ยังได้เริ่มเปิดให้บริการเงินฝากออมทรัพย์ ภายใต้ชื่อ "ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์" ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2544 ทำให้สหกรณ์ระดมเงินออมจากสมาชิกได้มากขึ้นจากเดิมที่สมาชิก   เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับสหกรณ์พียง   481 บัญชี    เมื่อต้นปีเป็นกว่า  2,400 บัญชีในปัจจุบัน พร้อมกับเริ่มให้บริการ "การฝาก - ถอน ด้วยเงินสด"  และสหกรณ์ได้เริ่มให้บริการ ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เพื่อบริการข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ยิ่งขึ้นภายใต้เว็ปไซด์ www.025798899.com เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2544 รวมทั้งยังนับเป็นปีแรก ที่สหกรณ์เริ่มโครงการ " ค่ายเยาวชนสหกรณ์ " เพื่อปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ที่เป็นบุตรสมาชิกให้มีอุดมการณ์สหกรณ์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมสมกับคำขวัญที่ว่า"เยาวชนสหกรณ์ เอื้ออาทรต่อชีวิตและธรรมชาติ"

        ปี 2545 นับเป็นปีแห่งการเริ่มต้น "ทศวรรษแห่งการอดออม" อย่างแท้จริง โดยสหกรณ์ได้ดำเนิน โครงการ"เรียงร้อยใจ หนึ่งร้อยบาท" โดยมุ่งหวังให้ สมาชิกสหกรณ์ทุกคนมีบัญชีเงินฝากกับสหกรณ์อย่างน้อย คนละ 1 บัญชี และเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการดำเนินการมีมติกำหนดให้ให้ผู้สมาชิกสมาชิกใหม่ทุกคน จะต้องเปิดบัญชีเงินฝาก "ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์" ไว้กับสหกรณ์      ในขณะเดียวกันทางด้านฐานะการเงิน ของสหกรณ์ นับเป็นปีแรกที่สหกรณ์ได้เปลี่ยนไปสู่จากสหกรณ์เงินขาดมาเป็นสหกรณ์ที่มีเงินล้นระบบ จึงนับเป็น ครั้งแรกที่สหกรณ์เริ่มลงทุนภายนอก โดยการซื้อ "พันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติ" ระยะเวลา 10 ปี ของธนาคาร แห่งประเทศไทย จำนวน 130 ล้านบาท นอกจากนั้นยังเป็นปีที่สหกรณ์มี สินทรัพย์รวมครบ 2 พันล้านบาท เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2545 เป็นปีที่ 24 แห่งการจัดตั้งสหกรณ์ ซึ่งมีระยะเวลาห่างจากสินทรัพย์รวมใน 1พันล้านบาทแรก  เพียง 3 ปี

        ปี 2547 สหกรณ์ได้ส่งเสริมการออมทรัพย์จากสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดให้บริการรับฝากเงิน      อีก 2 ประเภท คือ บัญชีเงินฝาก "ออมทรัพย์เกษียณเปี่ยมสุข" เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2547 เพื่อรับฝากเงิน บำเหน็จ บำนาญ กบข. กสจ. บำเหน็จดำรงชีพ สำหรับสมาชิกที่เกษียณอายุราชการ หรือเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ตามโครงการ "ทางเลือกใหม่ให้ชีวิต" ของรัฐบาล นอกจากนั้นสหกรณ์ยังเปิดบริการรับเงินฝากจากสมาชิก เพื่อให้สมาชิกมีเงินฝากหลายบัญชีได้ คือ บัญชีเงินฝาก "ออมทรัพย์อเนกประสงค์" เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547 
รวมทั้งสหกรณ์ยังส่งเสริมการออมทรัพย์ของครอบครัวสมาชิก และบุคคลากรของหน่วยงาน ด้วยการเปิด รับสมัคร "สมาชิกสมทบ" เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2547 โดยรับสมัคร บุตร คู่สมรส บิดามารดา ของสมาชิก และลูกจ้างชั่วคราว หรือพนักงานราชการของส่วนราชการ โดยสามารถฝากเงินและออมทุนเรือนหุ้นได้ผล ตอบแทนเช่นเดียวกับสมาชิก รวมทั้งสหกรณ์ยังเปิดให้บริการ "สหกรณ์ทางธนาคาร" CO-OP@ Bank เพื่อให้สมาชิกได้รับความสะดวกในการฝากเงินกับสหกรณ์ โดยเพียงไปที่เคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ เขียนแบบฟอร์มตามที่สหกรณ์กำหนดก็สามารถฝากเงินมายังบัญชี สหกรณ์ได้ทันที ทั้งหมดเพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิกให้ได้รับความสะดวกมากขึ้นในหลากรูปแบบ
ในการปิดบัญชี ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2547 เป็นเดือนแรกที่สหกรณ์มี เงินฝากครบ 1 พันล้านบาท โดย มีเงินฝากรวมทั้งสิ้น 1,000,528,226.60 บาท จำนวน 14,030 บัญชี นับเป็นปีที่สหกรณ์ย่างสู่ปีที่ 26 
นอกจากนี้ในปี 2547 ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการเริ่มศักราช "เงินกู้ตามวัตถุประสงค์" ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้สมาชิก นำเงินกู้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มฐานะและความมั่นคงของสมาชิก รวมทั้งการเพิ่มรายได้ของสมาชิกอีก ทางหนึ่ง สหกรณ์จึงเปิดให้บริการเงินกู้เพิ่มอีก 2 ประเภท คือ "เงินกู้สามัญเพื่อการศึกษา" เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2547 เพื่อส่งเสริมการศึกษาของครอบครัวสมาชิก และ "เงินกู้สามัญเพื่อการประกอบอาชีพเสริม" เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2547 เพื่อส่งเสริมการหารายได้เพิ่มของสมาชิก สำหรับการพัฒนาด้านการบริหารจัดการปี 2547 คณะกรรมการดำเนินการได้อนุมัติให้สหกรณ์ลงนามข้อตกลงใน "โครงการสหกรณ์ ATM" ร่วมกับธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2547 นับเป็นก้าวแรกในการเริ่มดำเนินโครงการดังกล่าว อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้สหกรณ์ยังจัดทำ "แผนกลยุทธ์สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด ปี 2548 - 2551" โดยคณะกรรมการดำเนินการเห็นชอบเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2547 นับเป็นจังหวะก้าวที่สำคัญในการกำหนด อนาคตสหกรณ์ในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า ในปี 2547 สหกรณ์ยังได้มีการปรับปรุง เวบไซด์สหกรณ์ ใหม่ เพื่อ เตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่ e - CO-OP โดยมีการปรับปรุงข่าวสารให้ทันสมัยเป็นปัจจุบันในทุก ๆ เดือน ในด้านการส่งเสริมสังคมและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นับเป็นปีแรกที่สหกรณ์ จัดให้มีกิจกรรมค่ายเยาวชนสหกรณ์ถึง 3 ค่าย 3 ภูมิภาค 3 สัปดาห์ ติดต่อในในช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคม 2547

          จากวันนั้นถึงวันนี้... เส้นทางแห่งความสำเร็จของสหกรณ์ในอนาคต มิได้เพียงลำพังผู้ใดผู้หนึ่ง หรือ คณะผู้บริหารเพียงไม่กี่คน แต่ย่อมขึ้นกับผู้แทนสมาชิก คณะกรรมการดำเนินการ เจ้าหน้าที่ และมวลสมาชิก ทุกท่าน ล้วนแล้วแต่คือผู้กำหนด อนาคตของสหกรณ์ร่วมกัน

 

สนวลี

 
สมาชิกผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่น

 


อัตราดอกเบี้ย(%ต่อปี)
อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ตั้งแต่ 1 ม.ค. 56
ออมทรัพย์สินมัธยัสถ์ 3.50
ออมทรัพย์พิเศษ 3.75
อเนกประสงค์ 3.50
อออมทรัพย์พอเพียง 4.25
เกษียณเปี่ยมสุข 4.25
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ตั้งแต่ 1 ม.ค. 56
ดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉิน
เงินกู้ฉุกเฉิน 6.35
ดอกเบี้ยเงินกู้สามัญ
สามัญทั่วไป 6.35
สามัญสงเคราะห์ภัย 4.15
สามัญประหยัดพลังงาน 4.35
สามัญคุ้มครองชีวิต 4.35
สามัญเพื่อการศึกษา 4.15
สามัญเพื่ออาชีพเสริม 4.35
สามัญเพื่อการท่องเที่ยว 4.35
ดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ
เพื่อการเคหะ  
ประเภท 1
คงที่ 2 ปีแรก
ปีที่3 ดอกเบี้ยลอยตัว
ห้ามไถ่ถอนก่อน 5 ปี
3.50
ประเภทที่ 2
คงที่ 2 ปีแรก
ปีที่3 ดอกเบี้ยลอยตัว
ห้ามไถ่ถอนก่อน 3 ปี
4.50
ประเภทที่ 3
ดอกเบี้ยลอยตัว
6.00
ใช้เงินฝากค้ำประกัน 5.25
ใช้หุ้นค้ำประกัน 6.35
อาคารธุรกิจ 6.25
ดอกเบี้ยเงินให้กู้สหกรณ์อื่น        
ไม่เกิน 12 งวด 5.20
ไม่เกิน 36 งวด 5.40
ไม่เกิน 60 งวด 5.50

โอนเงินผ่าน ธ.กรุงไทย, ไทยพาณิชย์
ฟรี! ไม่เสียค่าธรรมเนียม


© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ 2544 - 2554 สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด
ส่งเอกสาร : ตู้ ปณ. 169 ปทจ. จตุจักร กทม. 10900
โทรศัพท์ : 0-2579-7070 โทรสาร : 0-2579-9774 : โทรศัพท์อัตโนมัติ CO-OP Phone : 0-2579-8899
Website : www.025798899.com : E – Mail : forestcoop@gmail.com แผนที่ ดาวน์โหลด

 
 
Web Developer